Skip to content

เรื่องเล่าสยองก่อนเข้านอนกับเราได้ที่นี้ที่เดียว Posts

ซานตาน ปีศาจร้าย

Posted in Uncategorized

ปีศาจร้าย

ปีศาจร้าย  ความเชื่อของปีศาจสามารถย้อนกลับไปได้ไกลถึงสมัยโฮเมอร์ กล่าวคือสมัยโบราณ ปีศาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่จิตใจดี หรือเป็นตัวแทนระหว่างผู้ชายกับพระเจ้า ตามความเชื่อของโซโรอัสเตอร์ สอนว่าในโลกนี้มีปีศาจ

ทั้งหมด 3,333 ตัว บางตัวรับผิดชอบเรื่องด้านมืดโดยเฉพาะ อย่างเช่น สงคราม ความอดอยาก โรคภัยไข้เจ็บ ในยุคบาบิโลนโบราณ ปีศาจ มีอิทธิพลต่อองค์ประกอบทางโลกมากที่สุด และชาวยิว เชื่อกันว่าปีศาจมีจำนวนทั้งสิ้น 7,405,926 โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 72 จำพวก

ในศาสนาคริสต์เชื่อกันว่าปีศาจ เป็นคู่ปรับของเทวดา เป็นจิตมุ่งร้ายที่ไม่ได้ถือกำเนิดจากวิญญาณของมนุษย์ และพยายามนำมนุษย์ไปสู่การล่มสลาย โดยใช้กลอุบายต่างๆ ตามที่ปรากฏในหนังสือวิวรณ์ ปีศาจ คือ เทวดาตกจากสวรรค์พร้อมกับซาตานด้วยการก่อกบฏต่อพระเจ้า หลังจากการพยายามค้นหาจำนวนของปีศาจทั้งหมดอย่างยาวนาน ในศตวรรษที่ 15 Alfonso de Spina ชาวสเปน ได้ทำการคำนวณ แล้วพบว่า ปีศาจในศาสนาคริสต์มีทั้งสิ้น 133,316,666 ตัว และในศตวรรษที่ 16 Johann Weyer คำนวนว่ามีจำนวน 44,435,622 ตัว แบ่งออกได้เป็น 666 กองทัพ บางตำราก็ได้เชื่อว่า ปีศาจมีจำนวนทั้งหมด 6,660,668 ตน รับคำสั่งจากเจ้าชาย 66 คน นักบวชบางคนได้อ้างว่า ปีศาจทั้งหมด จำนวนเท่ากับครึ่งหนึ่งของคนทั้งโลก

ความเชื่อเรื่องของปีศาจ ส่วนใหญ่ยังคงได้รับอิทธิพลมาจากคริสต์ศาสนาจากยุคกลาง มีความเชื่อพื้นฐานว่า “ผี” สามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายด้วยการรับรู้ หรือการแสดงตน ในบางครั้งผี ก็สามารถเข้าครอบงำร่างกายของคนเหล่านั้นได้ “ปีศาจ” เองก็สามารถเข้าสิงมนุษย์ได้อย่างเช่น แถมยังสิงได้อย่างสมบูรณ์ถาวร แล้วนำร่างกายไปแปดเปื้อนบาป กระทั่งนำดวงวิญญาณของเจ้าของไปสู่หายนะ การกระทำดังกล่าวของปีศาจ เป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ผ่านทางภาพยนตร์ฮอลลีวูดในปัจจุบัน

ประเพณีของชาวคริสเตียน ได้เชื่อกันว่าการกำจัดปีศาจออกจากร่างกาย สามารถทำได้ด้วยการทำพิธีกรรม “ขับไล่” โดยนักบวชคาทอลิก นิกายโรมันคาทอลิก และละติน ในบางครั้งการให้พรอย่างถูกต้องของนักบวชเหล่านี้ ก็สามารถยับยั้งการปรากฏตัวของปีศาจ และผี ได้เช่นกัน…

ผู้เห็นด้วยจากความมืด ค่ายอาสาสยอง

Posted in Uncategorized

ค่ายอาสาสยอง

ค่ายอาสาสยอง เรื่องราวมีอยู่ว่า ผมเข้าร่วมกิจกรรมค่ายอาสากับเพื่อนไปทำห้องสมุดให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนแห่งหนึ่งในป่าลึกของภาคเหนือโดยพักกันอยู่ที่ศาลาเปรียญของวัด คืนหนึ่งผมกับเพื่อนอีกสามคนได้แอบพกเหล้าออกไปกินกันที่เพิงพักในทุ่งนาใกล้กับกำแพงวัด พวกเราเริ่มเมาแล้วเริ่มคิดแผลงๆที่จะเล่นผีถ้วยแก้ว โดยก่อนเริ่มเพื่อนคนหนึ่งได้เสนอขึ้นมาว่า ทำไมเราไม่ลองเรียกวิญญาณร้ายๆมาถามคำถามดูบ้าง!?

“มึงจะบ้าเหรอ” ผมออกปากห้ามทันที “เราไม่ควรเรียกหาสิ่งที่เลวร้าย”

“ถูกต้อง!” มีเสียงของผู้หญิงสนับสนุนความเห็นของผมดังขึ้นในความมือก จากอีกด้านของกำแพงวัด!

ทุกคนได้ยินเสียงนั้น ก่อนที่จะมองหน้ากันไปมาด้วยความฉงน ไม่มีผู้หญิงอยู่ในวงสนทนา แล้วไม่มีใครอยู่ที่กำแพงวัด และที่สำคัญเรือนพักของผู้หญิงที่มาร่วมค่ายครั้งนี้ อยู่ในหมู่บ้านที่ห่างจากวัดไกลหลายกิโล

แล้วใครล่ะ ที่สนับสนุนความเห็นของผมจากในความมืดมิด

สวิตช์ไฟ ในความมืด

Posted in Uncategorized

หลอกหลอน

หลอกหลอน เรื่องราวเกิดขึ้นในคืนที่ร้อนอบอ้าวมากเป็นพิเศษ ฉันออกไปทำงานข้างนอกมาตลอดทั้งวัน จนรู้สึกเหนื่อยเหมือนร่างกายกำลังจะหลุดออกเป็นชิ้น แต่ยังฝืนพาร่างกายที่อ่อนล้าและตาที่หนักพร้อมกับปิดลงมาตลอดเวลากลับมาถึงห้องพักได้สำเร็จ

หลังจากเสียเวลากับการเสียบกุญแจพลาดหลายครั้งจากสายตาที่เหนื่อยล้า ในที่สุดฉันก็เปิดประตูเข้าไปในห้องที่มืดมิดได้สนิทได้สำเร็จ พอเห็นที่นอนอยู่ในห้องที่มีเพียงแสงมืดสลัวฉันก็ยิ้มออก เพราะตอนนี้ฉันพร้อมที่จะทิ้งตัวลงบนที่นอนตรงหน้าได้โดยทันที แต่ในตอนนี้ตัวของฉันชุ่มไปด้วยเหงื่อจากอากาศร้อนข้างนอก ถ้าได้วิ่งผ่านน้ำก่อนสักนิดน่าจะช่วยให้นอนหลับได้สบายมากขึ้น พอคิดได้แบบนั้น.. ฉันเลยเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟที่ข้างประตูทางเข้าห้องด้วยความเคยชิน ก่อนที่จะชักมือกลับในทันที

ฉันแตะโดนมือของใครไม่รู้บนสวิตช์ไฟในความมืด ฉันอาศัยอยู่ในห้องนี้คนเดียว แล้วมือใคร !…

รอยยิ้ม สยอง ตึกสูงชั้น14

Posted in Uncategorized

รอยยิ้ม สยอง

รอยยิ้ม สยอง กลางดึกในคืนหนึ่งฉันนั่งอ่านหนังสือเพียงลำพังอยู่ข้างหน้าต่างในห้องพักของตัวเอง ขณะที่กำลังอ่านอยู่เพลินๆอยู่เพลินๆ หางตาก็พลันเห็นรอยใครบางคนยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดข้างหน้าต่าง ฉันได้หันหน้าไปมองเล็กน้อยเห็นใบหน้าของใครสักคนที่เลือนรางจากแสงภายนอกที่มืดสลัวกำลังส่งยิ้มให้ ฉันยิ้มตอบตามมารยาทแล้วกลับมาอ่านหนังสือต่อโดยไม่ได้คิดอะไร

แต่แล้วฉันก็ต้องหยุดชะงักการอ่านหนังสือ แล้วเปลี่ยนมาเป็นขนลุกทั้งตัวเมื่อฉันคิดได้ว่า ห้องของฉันอยู่บนชั้น 14 ของตึกสูงที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวในบริเวณนี้ แล้วใครกันที่ยืนส่งยิ้มให้อยู่ด้านนอกหน้าต่างที่ไร้ซึ่งระเบียงและกันสาดกัน !?…

เดี๋ยวพี่พาไปส่ง ห้อง 139

Posted in Uncategorized

เรื่อง เดี๋ยวพี่พาไปส่ง

เดี๋ยวพี่พาไปส่ง เรื่องราวของสองพี่น้องลูกคุณหมอ ที่ได้ตามพอมาออกเวร ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลา 5 ทุ่มกว่าแล้ว ทั้งคู่เบื่อกับการนั่งอยู่เฉยๆ เลยพากันออกมาเดินเล่นแถวๆนั้น ซึ่งหารู้ไม่ว่ามันคือ ห้องดับจิต พอเดินไปเดินมาก

ลับหลงทางหาทางไปห้องของพ่อไม่ถูก จู่ๆ กลับมีผู้หญิงคนนึงใส่ชุดคนไข้เดินเข้ามา บอกว่าจะช่วยพาไปส่งให้ เพราะแถวนี้ผีเยอะ ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆ จนสังเกตเห็นสายสิญจน์ผูกอยู่ที่ข้อมือแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร จนพามา

ส่งถึงที่ทั้งคู่จึงหันไปขอบคุณผู้ป่วยคนนั้น เธอได้บอกว่าเธอยินดีที่จะช่วย และเหงามาก ถ้าว่างๆ อยากให้ไปคุยเป็นเพื่อนเธอที่ห้อง 139 พอเธอเดินกลับไปทั้งคู่เดินเข้าไปในห้อง พยาบาลต่างมองทั้งคู่เป็นตาเดียว แล้วถาม

ว่าเมื่อกี้คุยกับใคร ทำไมไม่เห็นจะมีใครอยู่ตรงนั้น พอตอนเช้าจึงได้เล่าให้พ่อฟัง พ่อจึงพาไปที่ห้อง 139 แต่พอไปถึง พยาบาลกลับบอกว่า “คนไข้ห้องนี้เสียไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว”…

นี่มันที่ของหนู “ออกไปนะ นี่ที่ของหนู”

Posted in Uncategorized

เรื่อง นี่มันที่ของหนู

นี่มันที่ของหนู คือเรื่องที่เกิดขึ้นกับชายคนนึง ที่ได้เข้าทำการผ่าตัด จึงทำให้ต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งเค้าได้ขอนอนที่ตึกใหม่ เพราะตึกเก่านั้นมีเรื่องเล่าเยอะมาก พอได้นอนที่ตึกใหม่ วันแรกยังไม่เจออะไร แต่คืนที่สอง ขณะ

ที่กำลังจะเคลิ้มหลับไปได้ยินเหมือนเสียงคนเดินเข้ามาหา ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดประตูห้อง และพอลืมตาขึ้นสบสายตากับเด็กผู้หญิงคนนึงที่ตัวซีดเผือก ใส่ชุดโรงพยาบาล พร้อมกับมองมาที่เขาและพูดว่า “ออกไปนะ นี่ที่

ของหนู” พร้อมปีนขึ้นเตียงมาจะนอนด้วย ตอนนั้นสติไม่ค่อยมี เลยได้แต่บอกว่าขอนอนคืนนึงนะแล้วจะไป พอพูดจบร่างของเด็กน้อยคนนั้นก็จางหายไปคืนเดียวกันนั้นทั้งๆที่หลับไป แล้วกลับได้ยินเสียงเด็กผู้ชายดังขึ้น

“ซื้อพวงมาลัยมั้ยลุง” ตอนนั้นคิดว่าตัวเองฝัน เพราะโรงพยาบาลนั้นห้ามให้คนขึ้นมาขายของอยู่แล้ว พอลืมตาขึ้น กลับเห็นเด็กชายคนยืนถือพวงมาลัยอยู่ ตัวเต็มไปด้วยเลือด ที่สำคัญขาทั้ง 2 ข้างได้หายไป…

ผีสาวต่างแดน วิญญาณหญิงสาวเปลื้องผ้า

Posted in Uncategorized

แอ็กเนส แซมป์สัน วิญญาณหญิงสาวเปลื้องผ้า

แอ็กเนส แซมป์สัน Agnes Sampson ในช่วงยุค ค.ศ.1500 ที่ยังมีการตามล่าแม่มดทั่วดินแดนนั้น ทั้งชายและหญิงกว่าพันคนถูกจับด้วยข้อกล่าวหาว่า เป็นพ่อมดแม่มด ใช้อำนาจศาสตร์มืดในทางมิชอบ แล้วพวกเขาเหล่า

นั้นก็ลงเอยด้วยการถูกประหารในที่สุด หนึ่งในนั้นคือหญิงชรานามว่าแอ็กเนส แซมป์สัน เธอได้ถูกจับขังเปลื้องผ้าและนำไปทรมานจนต้องยอมรับข้อกล่าวหาในที่สุด หลังจากรับสารภาพ แอ็กเนส แซมป์สัน ก็ได้ถูกเผาทั้ง

เป็น ว่ากันว่าทุกวันนี้ยังมีคนเห็นวิญญาณหญิงสาวเปลื้องผ้าของ แอ็กเนส ลอยไปลอยมา ผู้คนในเมืองต่างหวาดกลัวกัน…

เจอขนาดนี้ใครจะอยู่ สุดวีดดดดดด

Posted in Uncategorized

เจอจัง จัง กลิ่นคาวเลือด และ ความหลอน

เจอจัง จัง เรื่องราวของน้องที่ได้ไปเที่ยว โรงแรมแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ กับป้า ซึ่งไปทำบุญ9วัด
ไปถึงโรงแรมตอนสองทุ่มกว่า บรรยกาศวังเวงแต่ก็สวยตรงกลางโรงแรม
เป็นบันไดแยกแบบบ้านผู้ดีสมัยก่อน แต่ก่อนเข้าพักก็ขอเข้าชมห้องก่อน
พนักงานก็เดินนำพาป้ากับเราไปดูชมห้อง พอขึ้นไปถึงตรงพักบันไดเห็น
คนนั่งอยู่ที่ริมสองฝากบันไดนั่งพิงกับราวบันได ตัวผมเกร็งไปหมด ตาโปน
เหมือนจะหลุดออกจากเบ้า ใส่เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งมองเรากับป้าเดินขึ้นบันได ในตอนนั้น
มั่นใจแน่แล้วว่าไม่ใช่คน เกาะแขนกันแน่น แต่ก็เดินเข้าไปชมห้อง พวกที่
อยู่ตรงราวบันไดก็ได้เดินตามมาด้วย พอไปถึงห้องพนักงานเปิดประตู พอเปิดไปเท่านั้นล่ะ
กลิ่นคาวเลือดนี่หึ่งทั้งห้อง มองขึ้นไปเห็นผ้ายันต์แผ่นนึงแปะอยู่ !! ..…

หอพักพยาบาล เรื่องเล่าสยอง ตอนตี2

Posted in Uncategorized

หอพักพยาบาล สุดหลอน

หอพักพยาบาล สุดหลอน ฉันมีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง ขอเกริ่นก่อน เราเป็นนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัยนึง
ทุกปิดเทอมฉันจะต้องไปทำจิตอาสากับทางผู้มอบทุน โดยจะไปนอนพักในที่ๆ
ทางผู้มอบทุนจัดไว้ให้ โดยจะแบ่งนักศึกษาออกไปตามห้องต่างๆ
ตัวฉันมักจะได้นอนห้องใหญ่ ซึ่งห้องนี้จะนอนได้ 15 คน มีห้องน้ำในตัว

ฉันชอบนอนแถวหน้าห้องน้ำโดยมีเพื่อนนอนคั่นฉันกับห้องน้ำไว้คนเดียว
เพราะฉันเป็นคนเข้าห้องน้ำบ่อยตอนกลางคืน
ด้วยความที่ห้องนอนนี้อยู่ในตึกโรงพยาบาล
แต่แยกมาจากฝั่งโรงพยาบาล
เป็นที่พักของบุคคลากร ซึ่งเป็นหอที่ค่อนข้างมืดและเงียบมาก

ส่วนตัวฉันเองฉันไม่เคยเจอผี แต่ก็ความเชื่อและกลัวมาก
ฉันไปนอนที่นี่ 2 คืน ในคืนแรกฉันสวดมนต์และซื้อเตียง
(เตียงฉันคาดว่าน่าจะเป็นเตียงหอผู้ป่วยที่เก่าแล้วมั้งไม่แน่ใจ แต่หมอน เป็นหมอนโรงพยาบาล)

เข้าเรื่อง คืนแรกฉันก็นอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม เพราะเหนื่อยมาก
แล้วคืนนั้นอากาศในห้องก็ร้อนมาก เลยตื่นมาตอนตี 2 บรรยากาศวังเวงมาก
แต่ข้างล่างตึกค่อนข้างเสียงดังเนื่องจากเป็นตลาดกลางคืน
มันเหมือนในห้องกับตลาดเป็นคนละโลกกันเลย

ฉันลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำเพื่อเอาน้ำลูบตัว
ตอนที่เดินออกมาฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าเพื่อนในห้องห่มผ้ากันทุกคน
ก็คิดในใจว่า “ร้อนขนาดนี้ห่มกันไปได้ไงวะ”
ช่วงที่กำลังหลับตา ฉันก็นอนมองขึ้นไปบนเพดาน
บนหัวเตียงฉันจะมีตู้เสื้อผ้า 4 ตู้เรียงกันอยู่ (เป็นตู้เหล็กที่เปิดแล้วจะเสียงดัง ๆ )

ทีนี้หางตามันมองไปเห็นตู้ที่อยู่ทางขวามือฉัน เห็นมีเงายาว ๆ เหมือนขาพาดลงมาจากตู้
ตอนนั้นใจฉันหล่นตุ้บเหมือนใจจะวาย ข่มตาหลับใจสั่นไปหมด
สักพักรู้สึกมีคนเดินรอบเตียง อยากลืมตาดูก็อยาก แต่ไม่กล้าเว้ย
แล้วก็หลับไปตอนไหนไม่รู้

เช้ามาฉันก็พูดเล่นกับเพื่อน ว่าเมื่อคืนอากาศมันร้อนนอนห่มผ้ากันได้ไงวะ
สิ่งที่เพื่อนตอบมาคือ มันหนาวมากเลยนะ ผ้าห่มนี่ห่มกันหนาวไม่ได้เลย
ต้องรู้สึกยังไงหรอที่เพื่อนบอกหนาวแต่ตรูร้อนนนน
แต่ฉันเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ด้วยความที่คิดว่าเมื่อคืนคงกลัวบรรยากาศ แล้วคิดไปเอง

คืนที่สอง คืนสุดท้าย ฉันลืมบอกว่าทางซ้ายมือฉัน จะมีเพื่อนนอนอยู่เตียงนึง
แล้วถัดไปเป็นห้องน้ำ ฉันกับเพื่อนนอนหันหน้าหากัน
ซึ่งแปลว่าฉันหันเข้าห้องน้ำ ก็คุยเล่นกันตามประสา

พอเริ่มดึกเพื่อนคนอื่นๆในห้องก็จะปิดไฟ ฉันคิดไงไม่รู้บอกว่า ไม่อยากให้ปิด
ใจมันรู้สึกว่า ถ้าคืนนี้ปิด ฉันจะต้องเจออะไรแน่นอน

แต่ด้วยฉันเป็นคนที่ปากไวคิดอะไรก็พูดเลย ฉันก็พูดกับเพื่อนที่นอนฝั่งซ้ายว่า
“ถ้ากูปิดไฟกูต้องเจอแน่เลย” เพื่อนฉันก็เหมือนจะไม่ได้คิดไร
เลยบอกฉันให้นอน ฉันก็ยื้ออยู๋สักพัก แต่ด้วยความเกรงใจก็เลยปิดก็ปิดวะ…

เรื่องสยอง ผีลุงขายไอติม หอชาย

Posted in Uncategorized

ผีลุงขายไอติม

ผีลุงขายไอติม ในคืนนั้นก็ปกติ ออกไปกินเหล้า แล้วกลับเข้ามหาลัยประมาณสี่ทุ่ม
เพราะต้องมาให้ทันพี่ชั้นเช็คชื่อตอนห้าทุ่ม ตอนกำลังขี่รถกลับมาดี
เจอกับลุงขายไอติมจอดรถอยู่ตรงสามแยกเข้าหอชาย

ผมเลยจอดรถทักแกว่าดึกป่านนี้ทำไมลุงยังไม่กลับบ้านอีก หรือเมาจนกลับไม่ไหว
(แกชอบมากินเหล้ากับลุงอีกคนที่ขายอาหารในมอ)
แกก็ไม่ตอบ ยิ้มอย่างเดียว แถมกวักมือเรียกผมให้เข้าไปหา
แต่ผมไม่ได้เข้าไปเพราะเมา ง่วง เลยบอกไม่อยู่คุยเป็นเพื่อนล่ะลุง ผมง่วง

พรุ่งนี้เรียนเช้าด้วย แล้วขี่รถเข้าหอไป ตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนตามปกติ
เดินออกจากหอมาประมาณ 7 โมงเช้า กำลังจะผ่านสามแยก
ก็เห็นมีเจ้าหน้าที่กับพระมาทำพิธีกันอยู่ตรงเสาไฟฟ้าที่ลุงแกจอดรถอยู่เมื่อคืน
เลยถามไปว่ามีเรื่องอะไรกันหรอครับ พี่เจ้าหน้าที่เลยบอกว่า

นิมนต์พระมาทำพิธีเชิญวิญญาณลุงขายไอติม
ผมเฮ้ยในใจ แต่ยังไม่ได้พูดอะไรออกไป แล้วถามต่อไปว่า แกเป็นอะไรตาย ตายตอนไหน
พี่เจ้าหน้าที่เลยบอกว่า แกเมาขับรถชนเสาไฟฟ้าตาย ตายตอนประมาณทุ่มนึงของเมื่อวาน…