Skip to content

เดือน: เมษายน 2020

ผีคนไข้ชุดแดง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผีคนไข้ชุดแดง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีคนไข้ชุดแดง

เรื่องนี้ได้ฟังมาจาก The Ghost Radio ทางแอพ JOOX เป็นเรื่องของคุณแหม่ม ซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คุณแหม่มเล่าว่า.. เราชอบขึ้นเวรกลางคืนเพราะมันไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนตอนกลางวัน เวรกลางคืนจะมีพยาบาล กับ ผู้ช่วยพยาบาล โดยจะมีช่วงพักเบรคสลับกันช่วงเวลา ตี 1 ถึงตี 3 กับ ตี 3 ถึงตี 5 ของทุกวัน (ถ้าไม่มีเคสหนักๆ)

คืนหนึ่งเราก็เข้าเวรตามปกติ วันนี้ได้พักเบรคแรก พอตี 3 ก็ตื่นมานั่งที่เคาเตอร์พยาบาล แต่เรายังรู้สึกง่วงอยู่จึงฟุบลงกับเคาเตอร์ สักพักก็หลับไป.. ในฝันคือได้ยินเหมือนมีคนไข้กดออดเรียกขอความช่วยเหลือ ที่เคาเตอร์พยาบาลจะมีแผงไฟที่บอกว่าห้องไหนกดเรียก พอเดินออกไปที่ห้องดังกล่าว ก็เห็นคนไข้ผู้หญิงยืนหันหลังอยู่ที่หน้าห้อง เราเลยแปลกใจ ถามออกไปว่า ‘มีอะไรให้ช่วยไหมคะ.. ทำไมมายืนตรงนี้?’ จากนั้นคนไข้ก็ค่อยๆ หันมา แล้วก็กระโดดเข้ามาใส่เรา! จนเราตกใจตื่นขึ้น

พอตื่นขึ้นมา ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดสีแดงยืนอยู่นอกเคาเตอร์พยาบาล เราจึงเปิดกระจกถามว่า ‘มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?’ ผู้หญิงคนนั้นพูดว่า ‘ช่วยทำบุญให้หน่อยค่ะ..’ พร้อมกับบอกชื่อ-นามสกุลของเธอมา เราไม่ค่อยแน่ใจ จึงถามกลับไปอีกว่า ‘..ให้ทำอะไรนะคะ?’ ผู้หญิงคนนั้นก็พูดว่า ‘ช่วยทำบุญให้หน่อยค่ะ..’ พร้อมกับบอกชื่อ-นามสกุลของเธอ พูดเสร็จเธอก็เดินกลับไปที่ห้องคนไข้ เราเลยรีบวิ่งออกจากเคาเตอร์พยาบาลไปดู แต่ก็ไม่ทันเห็นว่าเธอเข้าไปห้องไหน ก็เลยเดินกลับมาที่เคาเตอร์พยาบาลด้วยความงงๆ มองนาฬิกาเป็นเวลาตี 3 ครึ่งแล้ว แต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นญาติคนไข้มาแกล้งก็เป็นได้

จนกระทั่งตี 5 ครึ่ง ได้เวลาไปวัดไข้ และเช็ดตัวคนไข้ตามห้องต่างๆ เราก็สังเกตไปด้วยว่า มีญาติคนไข้คนเมื่อวานหรือเปล่า แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครหน้าตาแบบนั้น หรือสวมชุดสีแดงแบบนั้นเลย.. ด้วยความสงสัย และก็จำชื่อ-นามสกุลที่ผู้หญิงคนนั้นบอกได้ เราเลยโทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ให้ช่วยเช็คให้ทีว่ามีคนไข้ชื่อนี้นามสกุลนี้ เคยมารักษาที่นี่หรือเปล่า? จากนั้นเราก็กลับไปทำงานต่อ.. สักพักเจ้าหน้าที่ที่เช็คข้อมูลให้ก็โทรกลับมา บอกว่าชื่อที่ให้เช็ค เป็นคนไข้ที่เคยมารักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตไปแล้วที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อคืนเป็นวันที่คนไข้คนนี้เสียชีวิตครบรอบ 1 ปีพอดี พอเราได้ยินแบบนั้นขนนี่ลุกวาบ ขานี่สั่นเลยค่ะ

จากนั้นเรื่องนี้ก็กลายเป็น talk of the town ของโรงพยาบาลเลย ดังไปถึงระดับผู้บริหารของโรงพยาบาล จนต้องมีการทำบุญใหญ่ และมีพระมาพรมน้ำมนต์ให้เราด้วยค่ะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online

 …

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สิ่งที่เหลืออยู่จากสึนามิ

Posted in Uncategorized

สิ่งที่เหลืออยู่จากสึนามิ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สิ่งที่เหลืออยู่จากสึนามิ

เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณผึ้ง ขณะเขียนไปนี้ยังขนลุกอยู่เลย ใช้วิจารณญาณกันเองนะคะ.. คือเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน ผึ้งไปสัมนาที่ภูเก็ต 4 วัน ไปกับหัวหน้า และภรรยาหัวหน้า โดยพักที่โรงแรมแถว หาดป่าตอง ซึ่งก็ดูสวย และใหม่ดี เราแบ่งกันเป็น 2 ห้อง โดยผึ้งนอนคนเดียว.. เช้าวันที่ 2 ตอนทานอาหารเช้ากัน หัวหน้ามาเล่าให้ฟัง ว่าเมื่อคืนเค้าฝันว่า ผึ้งเดินร้องไห้ไปเคาะห้องเค้า กับภรรยา บอกว่าขอนอนด้วย โดยที่มีฝรั่ง 2 คนตามมาด้วย.. ผึ้งฟังแล้วตลกดี แต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะก็นอนหลับสบายดี ไม่มีอะไร.. จริงๆ ผึ้งเป็นคริสเตียน และไม่เชื่อเรื่องผี เรื่องวิญญาณเท่าไหร่

ทางเดินออกจากห้องผึ้ง จะเป็นทางเดินยาวๆ และทุกครั้งที่เดินออกจากห้อง ผึ้งจะเดินสวนกับเด็กฝรั่งคนนึง อายุประมาณ 13-14 ปี ผมแดง ตาสีฟ้า หน้าตาใสๆ หล่อเชียว ใส่เสื้อกับ กางเกงสีดำ ดูอายๆ เดินเอาตัว

เบียดทางเดินตลอดเลย.. ผึ้งก็เริ่มคิดว่า เจอเด็กคนนี้บ่อยไปรึเปล่านะ ทำไมต้องเดินสวนตรงทางเดินทุกที และทำไมเค้าไม่เคยเปลี่ยนเสื้อเลย ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นลูกของฝรั่งสักคน ที่เค้ามาสัมนากับเรา เพราะถ้าใช่ ก็เป็นไปได้ ที่เราจะเจอกันบ่อย เพราะเราต้องกินข้าวพร้อมกัน ขึ้นรถคันเดียวกัน จนกระทั่งวันที่ 4 ผึ้งลงมาที่ล็อบบี้ ขาลงมาก็สวนกันอีกแล้ว พอขึ้นไปเอาของที่ห้อง แล้วเดินลงมาใหม่ ก็เจออีก.. มันบ่อยไปแล้วมั้ง ผึ้งเลยเริ่มเช็คฝรั่งในกรุ๊ปสัมนา ว่ามีใครเอาลูกมา และกี่คน เดินดูหน้าทีละคน ก็ไม่เจอเด็กคนนี้เลย ถามคนที่อยู่ห้องโซนเดียวกัน ก็ไม่มีใครเคยเห็น..

ผึ้งอยู่ห้องเดิมหลายวัน ก็จะมีแม่บ้านมาทำห้องให้ทุกวัน โดยเค้าจะมาช่วงสายๆ ตอนที่แขกไม่อยู่ห้อง.. ช่วงบ่ายๆ ผึ้งกลับมา ห้องก็เรียบร้อย และห้องพักผึ้งติดสระว่ายน้ำค่ะ คือลงสระจากระเบียงหน้าห้องได้เลย

บ่ายๆ กลับมาถึง ผึ้งก้อเปลี่ยนชุดว่ายน้ำ เล่นน้ำเกือบทุกวัน ผ้าเช็ดตัวก็ใช้แล้ววางเกลื่อน นอกห้องมั่ง ในห้องมั่ง พาดเก้าอี้ ตามประสาคนไม่เรียบร้อยค่ะ แต่พอตอนเย็นออกไปกินข้าว กลับมาผ้าเช็ดตัวจะพับขอบ พาดไว้อย่างดีทุกครั้งเลย เนี๊ยบมากๆ ทั้ง 4 ผืน ผึ้งก็งงว่า ทำไมเค้าเข้ามาทำห้อง วันนึงหลายรอบจัง เลยไปถามทางโรงแรม พนักงานบอกว่า แม่บ้านทำแค่ครั้งเดียว คือช่วงสาย.. ชักไม่ดีซะแล้ว ถึงขนาดที่ว่าผึ้งเพิ่ง

อาบนำเสร็จ ผ้าเช็ดตัวพาดกับเก้าอี้ เดินออกไปห้องหัวหน้าแป๊ปเดียว กลับมา ผ้ามันกลับถูกแขวนไว้ อย่างสวยงามในห้องน้ำอีกแล้ว! ผึ้งค่อนข้างแน่ใจละว่าคืออะไร.. ผึ้งกลัวมากตอนนั้น เลยไปห้องหัวหน้า เล่าให้

ภรรยาหัวหน้าฟัง ภรรยาหัวหน้าก็กลัว เลยให้ผึ้งนั่งอยู่ห้องเค้า.. พอหัวหน้าผึ้งกลับมา ผึ้งก็เล่าให้เค้าฟัง และบอกให้ช่วยไปดูห้องผึ้งหน่อย ผึ้งว่ามันแปลกๆ

หัวหน้าเค้าก็เข้าไป ดูรวมๆ ก็ไม่มีอะไร พอจะเดินออกแล้ว หันไปทางห้องน้ำ สิ่งที่เห็นคือ เด็กผู้ชายฝรั่ง เสื้อดำ ผมแดง กำลังยืนจับผ้าเช็ดตัวอยู่ในห้องน้ำผึ้ง และเด็กคนนั้นก็หันมามองหัวหน้า สบตากัน ก่อนที่หัวหน้าจะวิ่งกลับมาที่ห้อง เค้าบอกว่า ตอนวิ่งก็หันหลังกลับไปดู เด็กคนนั้นก็เดินตามมาด้วย.. สุดท้ายเรา 3 คนเลยไปหาผู้จัดการโรงแรม เพื่อขอดู CCTV ภาพที่เห็นคือ หัวหน้าวิ่ง หันหลังมา แล้ววิ่งต่อ แต่ไม่มีเด็กคนนั้น ผึ้งขอย้อนกลับไป จนถึงช่วงบ่ายๆ ที่ผึ้งเจอเด็กคนนั้นที่ทางเดิน แต่กลับเห็นแค่ผึ้ง เดินผ่านทางเดินคนเดียวทุกครั้ง ไม่เคยเดินสวนกับเด็กคนนี้เลย..

คืนสุดท้าย ผึ้งยังคงนอนห้องเดิม ก็เกรงใจหัวหน้าด้วย เพราะเค้ามากับภรรยา ถึงเค้าจะบอกให้เราไปนอนได้ก็ตาม ผึ้งก็ไม่กล้าไปค่ะ สุดท้ายก็พยายามนอนต่อไป แต่มันจะอึดอัดมาก แค่ไปแปรงฟัน กลับเข้ามา ผ้าก็ถูกย้ายอีกแล้ว.. เครียดจนร้องไห้ สุดท้ายคืนนั้น ก็เดินร้องไห้ไปขอนอนห้องหัวหน้า.. จริงๆ ลืมเรื่องที่เค้าฝันคืนแรกไปแล้ว และหัวหน้ามาบอกก่อนขึ้นเครื่องกลับมา ว่าผึ้งใส่เสื้อกับกางเกง เหมือนที่เค้าฝันคืนแรกเป๊ะเลย

พอกลับมาถึงกรุงเทพฯ ผึ้งก็ได้หาข้อมูลของโรงแรมนี้ในอินเตอร์เน็ต พบว่า โรงแรมนี้เคยมีแขกชาวต่างชาติ เสียชีวิตหลายคน จากเหตุการณ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2547.. ผึ้งก็ได้แต่ขนลุกเพราะเป็นครั้งแรก ที่เคยเจอเรื่องแบบนี้ในชีวิตค่ะ

~ RIP แด่ผู้เสียชีวิตทั้งหมด ในเหตุการณ์ สึนามิ ที่ภาคใต้ ~

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online

 …

คิดจะลองดี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

คิดจะลองดี

คิดจะลองดี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เป็นเรื่องของต้น นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถบชานเมือง ต้นอาศัยอยู่หอใกล้กับมหาวิทยาลัย คงเพราะเป็นช่วงวัยรุ่นรักสนุก กลางคืนก็จะจับกลุ่ม ขับรถออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เป็นประจำ..

ต้นเล่าว่า.. คืนหนึ่งหลังจากเที่ยวกลางคืน ก็เมากันพอสมควร วันนั้นไปกันสี่คน มีผม หน่อง ตี่ กับแพรแฟนของตี่ ผมก็เสนอไอเดียขับรถไปสำรวจบ้านร้างกันต่อ เพราะจะมีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่ เป็นบ้านร้างที่ค่อนข้างมีคนพูดถึงเยอะ และพวกผมก็เคยขับรถผ่านกันอยู่บ่อยๆ ทุกคนก็เห็นดีเห็นงาม ผมก็เลยขับรถไปกัน

พอไปถึงบ้านหลังนั้น ก็จอดรถลงกันมา ไม่ได้ดับเครื่อง.. ด้วยความที่ตอนนั้นเวลาก็ ตี 2 ครึ่งได้แล้ว กับบรรยากาศที่เย็น และเงียบกริบ มืดสนิท มีเพียงแสงจากไฟหน้ารถ และไฟฉาย 2 กระบอกที่เตรียมมา ทุกคนก็ดูไม่คึกเหมือนตอนอยู่ในรถ แพรเริ่มใจคอไม่ดี เลยพูดขึ้นว่า จะดีหรอวะ กลับกันเถอะ.. ผมเลยบอกว่าไหนๆ ก็มาแล้ว ลองเข้าไปในบ้านนิดเดียวก็ยังดี.. จากนั้นผม กับหน่องก็เดินผ่านทางเดิน ที่เต็มไปด้วยหญ้าคา เข้าไปที่ประตูบ้านด้านใน โดยที่ตี่ กับแพร ก็เดินตามมาห่างๆ

ผมบิดลูกบิดประตู แต่เปิดไม่ได้เพราะมันล็อคอยู่ จากนั้นหน่องก็เดินอ้อมไปข้างตัวบ้าน เห็นมีกระจกหน้าต่างแตกอยู่ จึงส่องไฟฉายมองเข้าไปในบ้าน ตอนนั้นที่ผมเห็นคือหน่องวิ่งหน้าตื่นกลับไปที่รถทันที ผมเลยอยากรู้ว่ามันไปเจออะไรเข้า จึงได้เดินไปดูที่หน้าต่างบานนั้น เมื่อส่องไฟมองเข้าไป สิ่งที่ผมเห็นคือ ผู้หญิงในชุดคลุมท้องสีขาว ผมยาวรุงรัง ยืนอยู่ตรงสุดห้อง ขณะที่ผมพยายามตั้งสติ มองอย่างละเอียดว่าไม่ได้ตาฝาด หน้าผู้หญิงคนนั้นก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าต่างข้างหน้าผมแล้ว ผมร้องลั่น และวิ่งไปที่รถอย่างไม่คิดชีวิต ตี่ กับแพรก็ตกใจ วิ่งตามผมมาทันที

พอขึ้นรถผมออกตัวทันที แต่รถก็ไปได้ไม่ไกลก็ต้องติดขัดหยุดลง เหมือนติดอะไรที่ช่วงล่าง พวกผมรีบลงมาดู ปรากฏว่าที่ล้อรถมีเส้นผมยาวเป็นก้อนพันล้อเต็มไปหมด พวกผมก็ต้องรีบดึงมันออกมา และก็ขึ้นรถไปต่อ.. เมื่อมาถึงใกล้ๆ ทางออกจากซอย พวกผมทุกคนเห็นเหมือนกัน คือผู้หญิงผมยาวยืนหันข้าง อยู่กลางถนน และค่อยๆ หันหน้ามาทางเรา ตอนนั้น ผมตัดสินใจขับตรงผ่านร่างของเธอไปเลย โดยไม่เลี้ยวหลบ

วันรุ่งขึ้นตอนเช้า พวกผมไปทำบุญที่วัดทันที และเราก็มาคุยกันถึงสิ่งที่เห็น.. แพรเล่าว่า ตอนที่จอดรถหน้าบ้าน ก่อนลงจากรถ แพรเห็นเป็นเงาผู้หญิงอยู่ที่หน้าต่างชั้น 2 แต่พอลงจากรถ มองไปก็ไม่เห็นแล้ว.. และตอนที่ ขับรถผ่านผู้หญิงคนนั้น แพรเห็นชัดเลยว่า เป็นเงาของเธอผ่านเข้ามาในรถ และผ่านไป.. ตอนที่ได้ยินนั้นทุกคนต่างก็ขนลุกกันใหญ่

ขอขอบคุณแหล่งที่มา The SHOCK FM…

ผีลานจอดรถ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผีลานจอดรถ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีลานจอดรถ 

ประเด็นนี้คือเรื่องของคุณกวี เป็นนิสิตแผนกนิเทศ เอกภาพยนตร์ ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง และก็ในตอนปีท้ายที่สุด ก็จะมีงาน ที่จะจะต้องออกกอง ไปถ่ายทำนอกสถานที่เสมอๆสำหรับคราวนี้ เป็นการสร้างภาพยนตร์สั้น 10 นาที โดยคุณบทกลอน จะรับหน้าที่เป็น นักเขียนบท แล้วก็เป็นดาราด้วย

คุณกวีเล่าไว้ว่า.. วันนั้นผม โอมเพื่อนฝูงผม แล้วก็พี่คณะทำงาน ขับขี่รถไป 2 คัน สถานที่ที่ชูกองกันไป จะเป็นอาคารที่ทำงานที่ทำการ รอบนอกจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผมได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่มาล่วงหน้าแล้ว เพียงพอมาถึง ผมก็แจ้ง รปภ. ที่ป้อม และก็นำรถยนต์ขึ้นไปหยุดกันอยู่ที่ชั้น 6.. ก็ถ่ายทำกันตั้งแต่ตอนเวลาสาย ไปจนกระทั่งราวๆ 5 ทุ่มกว่า ก็จะมาถึงฉากในที่สุด ที่ผมจำเป็นจะต้องเล่นกับ โอม ที่เป็นดาราชายอีกคน โดยบทของผมในส่วนนี้เป็น จำเป็นต้องประคองเพื่อนฝูงที่เมาขึ้นรถ และก็บอกว่า “วิทยา สักครู่ข้าจะพามึงกลับบ้านเอง” รวมทั้งขึ้นรถขับไป เป็นอันจบ

เมื่อถ่ายทำจนเสร็จเรียบร้อย ประมาณเที่ยงคืน พวกผมก็เก็บของขึ้นรถ โดยที่คันผมขับลงไปก่อน และอีกคันของพี่ทีมงาน ขับตามลงมา.. ระหว่างที่ขับวนรถลงมาจากชั้น 6 เรื่อยๆ ผมก็ไปเห็น รปภ. คนหนึ่งที่ยืนพิงอยู่ที่เสาต้นหนึ่ง และมองตามรถของเรา ผมวนรถลงมาจนถึงชั้นล่างอย่างเร็วมากๆ และมาจอดอยู่ที่ริมถนนหน้าตึกทันที ผมหันไปมองโอมที่นั่งข้างๆ เห็นโอมนั่งตาค้างหน้าซีด ผมเลยถามว่า ‘เมื่อกี้มึงเห็นเหมือนกูรึเปล่า?’ และเมื่อโอมพูดมา ผมก็มั่นใจทันที เพราะสิ่งที่ผม กับโอมเห็นเหมือนกัน คือ รปภ. คนเดิมยืนที่เสาตำแหน่งเดิมในทุกๆ ชั้นที่ผมวนรถลงมา.. ตอนนั้นเอง รถของพี่ทีมงานอีกคันที่ตามมา ก็ขับมาข้างๆ มองมาที่รถผม แล้วจู่ๆ ก็รีบเร่งเครื่อง ขับผ่านรถผมไปอย่างเร็ว..

ผ่านไปวันรุ่งขึ้น ผมได้คุยโทรศัพท์กับทีมงานที่ไปด้วยกัน ผมเล่าเรื่องที่ผมเจอเมื่อคืนให้ฟัง แต่กลับได้ฟังเรื่องที่น่ากลัวมากกว่า จากทางพี่ทีมงาน.. พี่เค้าบอกว่า ตอนขับรถตามลงไป ที่ไปจอดข้างๆ พี่เค้าเห็นที่เบาะหลังของรถผม มีผู้ชายผิวคล้ำ ที่ใบหน้ามีแต่เลือด นั่งอยู่ด้วย.. ตอนนั้นผมนี่ขนลุกทันทีเลย

จนสุดท้าย ผมมีโอกาสได้ผ่านไปตึกนั้นอีก ก็ได้ไปลองถาม รปภ. ที่ป้อมข้างล่างตึก ก็มารู้ว่าที่ตึกจอดรถที่นี่เคยมี รปภ. คนนึงยิงตัวตาย เห็นว่าชื่อดำ ชื่อจริงชื่อ วิทยา..…

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน มอไซด์ผีหัวขาด

Posted in Uncategorized

มอไซด์ผีหัวขาด

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน มอไซด์ผีหัวขาด

เกิดขึ้นที่เกาะสมุย โดยคุณดุ๊กดิ๊กเล่าให้ฟังว่า.. ทุกๆ ปี ผมจะไปเยี่ยมแม่ ที่ เกาะสมุย แม่ผมมีอาชีพค้าขาย อยู่บนเกาะสมุยครับ ผมไปครั้งนึงก็อยู่ประมาณ 3-4 วัน นั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ตอนมืด เพื่อที่จะไปถึงท่าเรือเช้าครับ พอผมไปถึงเกาะแล้ว ก็กะว่าจะนอนพักที่บ้านแม่สักพักนึง แต่กลับนอนยาวมาถึงเย็นเลย ผมก็ออกมาช่วยแม่ขายของช่วงเย็นพอดี

พอช่วยแม่ขายของเสร็จ เก็บร้านกันเกือบๆ 5 ทุ่มแล้วครับ.. ผมบอกแม่ว่า จะเข้าไปในเมือง ไปเล่นเกมหน่อย แต่ที่ที่ผมอยู่ มันไกลจากตัวเมืองพอสมควร แม่ผมได้ยินทีแรกก็ห้ามครับ บอกว่าช่วงกลางคืน บนเกาะอันตรายมากอย่าไปเลย แต่ด้วยความที่ผมติดเกม ยังไงก็จะไปให้ได้ สุดท้ายก็ดื้อออกไปจนได้.. ระยะทางจากบ้านผม เข้าเมือง ประมาณ 25 กิโลครับ เพราะผ่านหลายตำบลบนเกาะ ผมยืมรถมอเตอไซค์น้าไป

ออกจากบ้านประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ก็ขี่ไปปกติ มองรอบๆ นี่เป็นป่าหมดเลยครับ ขึ้นเขาลงเขาเป็นช่วงๆ ไฟถนนมีบ้าง ไม่มีบ้าง บ้านคนตามถนนข้างทาง ห่างกันเยอะมาก กว่าจะเจอแต่ละหลังก็หลายกิโลอยู่.. จนมาถึง

ร้านเกม ได้เล่นสมใจอยาก ยาวไปจนถึงตี 3 เจ้าของร้าน ก็มาบอกว่าจะปิดแล้วนะ ทีแรกผมนึกว่าเปิด 24 ช.ม. เหมือนกรุงเทพฯ ตอนก่อนกลับ มีมาทักผมด้วยนะครับว่า ‘กลับเวลานี้ ก็ระวังด้วยล่ะ’ เค้าคงรู้ว่าผมไม่ใช่คนแถวนี้ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร

ขากลับ ผมก็ขี่กลับทางเดิมตามปกติ ดึกๆ นี่อากาศเย็นมากครับ จนมาเข้าเขตที่เป็นป่าเยอะๆ ตอนนี้ทั้งบ้านคน ไฟถนนดับหมดเลยครับ มืดสนิท มีแต่แสงไฟจากรถมอเตอไซค์ผม.. พอมืดแบบนี้ ใจมันก็หวิวๆ ละครับ.. ผมเห็นถนนมันโล่ง ก็อัดเลย 100 กว่าได้.. พอมาถึงช่วงเนินเขา ผมได้ยินเสียงมอเตอไซค์ครับ เป็นเสียงมอเตอไซค์เก่าๆ ที่ท่อดังแตกๆ มาจากด้านหลัง ผมก็รู้สึกโล่ง มีเพื่อนร่วมทาง ทีนี้ไอ้เสียงมอเตอไซค์คันที่ว่า มันดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะตามมาใกล้ๆ ผมก็ลองหันหลังกลับไปดู แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ มันไม่มีอะไรตามผมมาเลย แต่ยังคงได้ยินเสียงดังไล่ตามมาติดๆ ใกล้ๆ เลยครับ ตอนนั้นผมบิดหนีสุดชีวิตเลยครับ.. แล้วจู่ๆ เสียงก้อหายไป ผมก็ลดความเร็วลง หัวใจนี้เต้นรัวเลย

ผมขี่ต่อไป แต่ยังไม่พ้นเขตป่า สักพักมีแสงไฟมาจากด้านหลัง เป็นมอเตอไซค์วิ่งมาอย่างเร็วครับ และก็เร่งมาอยู่ข้างๆ.. ผมเหลือบหันไปมอง เจอมอเตอไซค์คันใหญ่ ที่คนขี่ไม่มีหัว.. ผมตกใจมาก และพอหันหน้ากลับมาอีกที ก็เป็นทางโค้งที่มีป้ายบอกทาง ผมเบรคไม่ทัน เท่านั้นล่ะ ชนป้ายบอกทาง คว่ำไปอยู่ข้างทางเลย ตอนนั้นแขนซ้ายผมถลอกหมด แต่ด้วยความที่ผมกลัวมาก รีบพยุงมอเตอไซค์ขึ้น แล้วรีบสตาร์ทเครื่อง บิดหนีเลยครับ ผมนี่สั่นไปหมด.. พอมาถึงบ้าน รีบเรียกแม่ให้เปิดประตูด่วนเลย แม่ผมเปิดประตูมา ก็ตกใจ ทำไมแผลเต็มแขน ผมไม่พูดอะไรรีบขึ้นนอนทันที

หลังจากเรื่องคืนนั้น เพื่อนแม่ที่ขายของในตลาดบอกว่า ถือว่าดวงยังไม่ถึงคาดนะเนี่ย ช่วงตี 3 บนเกาะนี้ ไม่มีใครออกไปตามถนนหรอก เพราะถนนเส้นรอบเกาะนี้ มีนักท่องเที่ยวซิ่งแหกโค้งตายกันไม่รู้เท่าไหร่ และส่วนมากศพก็จะหัวขาดด้วยสิ ไม่รู้ทำไม.. และอีกความเชื่อหนึ่ง ที่ได้ยินมาของเกาะนี้ คือจะมีพวกเล่นไสยเวทย์ ปล่อยของออกมาวิ่งเล่นกันตอนกลางคืนดึกๆ.. ผมนี่เข็ดเลยครับ หลังจากนั้น ทุกครั้งที่ไปหาแม่ที่เกาะ ผมก็ไม่ออกไปเล่นเกมดึกๆ อีกเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา thehouse…

จุดแจ้งเหตุ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

จุดแจ้งเหตุ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน จุดแจ้งเหตุ

เต๋อ ทำงานกู้ภัยของมูลนิธิแห่งหนึ่ง ซึ่งก็มีประสบการณ์สยองขวัญที่เจอมากมาย ทั้งของเพื่อนร่วมงาน แต่เรื่องที่จะเล่าวันนี้เป็นเรื่องที่เจอกับตัวเองจังๆ เลย

คืนนั้น.. มีสายแจ้งเข้ามาเป็นผู้หญิงว่า ข้างห้อง เปิดเพลงเสียงดัง รบกวน ตอนนั้นเวลาประมาณตี 1 สถานที่คือ ชั้น 5 ของอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่ง แถวลาดพร้าว.. ผม กับ ลุงเก่ง รับอาสาไปจัดการ ก็ออกรถมอเตอไซค์ซ้อนกันไป

พอถึงที่อพาร์ทเม้นที่เกิดเรื่อง.. ที่นี่ไม่มีลิฟท์ ผมก็เดินขึ้นบันไดไปอย่างไว ส่วนลุงเก่งแกก็ค่อยๆ เดินตามมา เมื่อถึงชั้น 5 ผู้หญิงคนนึงก็รออยู่หน้าห้อง ผมถามว่าห้องไหน เธอก็ชี้ไปที่ห้องเยื้องๆ ไปทางขวามือของผม ซึ่งเสียงเพลงมันก็ดังออกมาจริงๆ

ผมก็ลองเคาะห้องดู แต่ก็ไม่มีคนเปิด พอดีมีบานเกร็ดเปิดอยู่ จึงแหวกม่านด้านใน และลองส่องเข้าไปทางขวาก็เห็นทีวีเปิดอยู่ไม่มีใคร พอหันมองทางซ้าย ผมเห็นขาห้อยอยู่ เมื่อมองขึ้นไป ก็เป็นหน้าซีดๆ ของผู้หญิงที่ผมคุยด้วยเมื่อสักครู่ ลิ้นจุกปาก และมองมาที่ผมอยู่ ผมร้องดังลั่น และรีบผละออกจากบานเกล็ดทันที ลุงเก่งก็ถามว่าเจออะไร? แล้วเมื่อกี้เองคุยกับใคร? ตอนนั้นผมขนลุกไปหมด เพราะตรงนั้นมีผมกับลุงอยู่แค่สองคน..

ผมเล่าให้ลุงเก่งฟังเสียงสั่น.. และจากนั้นผมก็ต้องรีบโทรตามหน่วยกู้ภัยมาเพิ่ม เพื่อนำร่างของเธอคนนั้นลง…

เจอผีเข้า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

เจอผีเข้า

เจอผีเข้า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ขวัญกับกลุ่มเพื่อนอีก 4 คน เดินทางมาต่างจังหวัดเพื่อทำงานของมหาวิทยาลัย เพื่อนขวัญทั้ง 4 คน เป็น คู่รักกัน คือคู่นัท กับโจ้ รวมทั้งคู่เนย กับเอก ทั้ง 5 คนได้เดินทางมาพักยังโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งสิ้นแบ่งห้องกันอีกทั้ง 3 ห้องโดยที่จะนอนเป็นคู่ ส่วนขวัญนอนคนเดียว แต่ว่าขวัญเป็นผู้ที่ขี้กลัวมากมายก็เลยบอกเพื่อนว่า ไม่กล้านอนคนเดียว ขอไปนอนรวมด้วยแล้วกัน สุดท้ายก็ตกลงคืนห้องไป แล้วก็ย้ายไปนอนกับคู่นัท กับโจ้ โดยที่โจ้เสียสละนอนพื้น และให้ขวัญกับนัทนอนบนเตียง..

กลางดึกคืนนั้น ขวัญนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเสียงแอร์ค่อนข้างดังเนื่องจากเป็นแอร์เก่าๆ สักพักขวัญได้ยินเสียงลูกปิดประตูหมุนช้าๆ และเปิดออก จากนั้นมีเสียงเหมือนเครื่องดนตรีไทยเล่นอยู่เบาๆ มาจากนอกห้อง และหายไป และค่อยๆ ดังขึ้นอีก ขวัญตัวแข็งไม่กล้าลืมตาหรือขยับตัวไปไหนเลย

เมื่อเสียงเงียบลง..

ขวัญตัดสินใจพลิกตัวเพื่อหันไปเรียกนัทที่นอนข้างๆ แต่สิ่งที่ขวัญเห็นคือ นัท ที่หน้าซีด และไม่มีแววตา ยืนฟ้อนรำอยู่ที่ปลายเตียง..…

พิซซ่ามั้ยครับบบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

พิซซ่ามั้ยครับบบ …..

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน พิซซ่ามั้ยครับบบ

เริ่มจากร้านขายพิซซ่าร้านหนึ่ง เป็นสาขาย่อยที่เป็นร้านค้าสำหรับเพื่อการส่ง เดลิเวอรี่ ตามบ้านเท่านั้น บอย เป็นบุคลากรส่งพิซซ่าใหม่ เพิ่งจะเริ่มดำเนินการตรงนี้ได้ไม่ถึงอาทิตย์ วันที่เกิดเหตุบอยก็มาทำงานตามธรรมดา เป็นรอบเย็นจนถึงร้านปิด จนกระทั่งเวลาเย็น บอยก็ได้รับคำสั่งจากรุ่นพี่ให้ไปส่งพิซซ่า ตามออเดอร์ที่ลูกค้าขาประจำได้เข้ามาสั่ง และก็จ่ายเงินค่าพิซซ่าเรียบร้อยแล้ว โดยที่บอยก็รู้ว่าลูกค้าคนนี้ไม่ใช่คิวของบอย แต่ว่ารุ่นพี่ก็ย้ำว่าบอยเพิ่งมาทำงานใหม่ ไปส่งให้ขาประจำนี้ซะ จะได้รู้จักพื้นที่ เพราะลูกค้าคนนี้สั่งพิซซ่าที่ร้านค้าบ่อยมาก บอยถือพิซซ่าขึ้นรถและขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามสถานที่ที่ลูกค้าได้แจ้งเอาไว้

สถานที่ส่งที่บอยได้รับนั้นเป็นหมู้บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง แต่บอยไม่พบรปภ.ที่ป้อมยามหน้าหมู่บ้าน จึงได้ขี่รถวนไปหาเลขที่บ้านเอง ตอนนั้นเวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษๆ ฟ้าก็เริ่มจะมืดแล้ว บอยเห็นป้ายเลขที่บ้านเรียงๆ กันเป็นซอยๆ ก็ค่อยๆ ขี่รถเข้าไปแต่ละซอยเพื่อหาบ้านที่สั่งพิซซ่า แต่ขี่รถไปจนสุดซอยก็ยังไม่พบบ้านที่สั่ง บอยไม่รู้จะทำยังไง จนมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาหน้าบ้านพร้อมกับคีบบุหรี่มาด้วย บอยจึงเดินเข้าไปถามชายคนนั้นว่า บ้านเลขที่ที่เขากำลังจะมาส่งพิซซ่าคือหลังไหน? ชายคนนั้นมองหน้าบอยแล้วหันไปมองรถส่งพิซซ่า จากนั้นตอบมาว่า ‘หลังนั้นไง ถัดไป 4 หลัง ที่รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่นั่นแหละ เพิ่งมาส่งล่ะสิ บ้านนั้นเค้าสั่งประจำ..’ พร้อมกับชี้มือไปที่บ้านหลังนั้น บอยขอบคุณชายคนนั้นแล้วเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งบังเอิญว่ารถของบอยนั้นจอดอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าวอยู่แล้ว

บอยพยายามมองเข้าไปในตัวบ้าน บ้านหลังนั้นมีหญ้า และต้นไม้รกครึ้ม รั้วหน้าบ้านมีต้นไม้ออกมาบังบ้านเลขที่บ้านไว้ทำให้บอยหาไม่เจอในตอนแรก ในโรงจอดรถมีรถเก่าๆ คันหนึ่งจอดอยู่ ภายในบ้านปิดไฟมืดสนิท บอยหยิบพิซซ่าลงจากรถแล้วเดินไปที่หน้าประตูรั้วบ้าน แต่เมื่อกดกริ่งก็พบว่ากริ่งหน้าบ้านนั้นเสีย ไม่มีเสียงใดๆ บอยพยายามกดกริ่งซ้ำๆ อีกหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล ระหว่างนั้นก็ยังคงเห็นชายวัยกลางคนนั้นยืนสูบบุหรี่อยู่ และมองมาทางบอยเหมืนจะดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เมื่อบอยพยายามมองเข้าไปในตัวบ้าน ก็เห็นมีเงาของผู้ชายคนหนึ่งเดินวนไปมาในบ้าน บอยไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยเดินกลับไปหาชายวัยกลางคนคนอีกครั้ง แล้วถามว่า ‘น้าๆ ผมเห็นมีคนเดินอยู่ในบ้านนะ แต่กดกริ่งแล้วเค้าไม่ได้ยิน หรือว่ามันเสียหรือยังไง..’ ชายคนนั้นมองหน้าบอยแบบเรียบๆ แล้วบอกว่า ‘เอางี้..ไอ้น้อง น้องลองเปิดถาดพิซซ่าแล้วก็วางลอดใต้รั้วเข้าไปเลย น้องลองเดินกลับไปดูที่พื้นบ้านหลังนั้นอีกทีสิ..’ บอยได้รับคำตอบแบบนั้นก็งงแต่ก็เดินกลับไป บอยมองไปที่พื้นที่มีรถเก่าๆ จอดอยู่ แล้วก็ต้องตกใจ เพราะมันมีกล่องถาดพิซซ่าวางอยู่หลายสิบกล่อง แต่ละกล่องก็เปิดฝาเอาไว้ทั้งนั้น แต่ตอนแรกบอยไม่ได้สังเกต เพราะบ้านนั้นปิดไฟมืดมองแทบไม่เห็น

บอยหันไปมองหน้าชายวัยกลางคนคนนั้น ชายคนนั้นพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่า ‘ทำตามที่บอกเถอะ..’ บอยค่อยๆ เปิดฝาถาดพิซซ่า แล้วก้มวางถาดพิซซ่าลอดเข้าไปใต้รั้ว หลังจากนั้นก็มองกลับไปที่ชายวัยกลางคนคนนั้น แต่เขารีบเดินเข้าบ้านตัวเองไปแล้ว.. บอยก็เลยคิดว่าลูกค้าก็จ่ายเงินแล้ว และเราก็มาส่งตามที่น้าคนนั้นบอกแล้ว รีบกลับร้านเลยน่าจะดีกว่า บอยลุกไปขี่มอเตอร์ไซค์ที่อยู่หน้าบ้านเตรียมตัวจะกลับร้าน แต่เมื่อบอยบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทรถ บอยก็ต้องตกใจทันที! ไฟจากรถของบอยสาดเข้าไปในบ้านหลังนั้น สิ่งที่เห็นคือ มีชายคนหนึ่งกำลังนั่งยองๆ หยิบพิซซ่าจากกล่องขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย บ้านยังคงปิดไฟมืด ประตูยังคงปิดสนิท แล้วชายคนนี้มาจากไหน!? บอยไม่รอช้ารีบขี่รถกลับร้านทันที..

เมื่อมาถึงร้าน ก็เห็นรุ่นพี่หลายคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ บอยยังไม่ทันจะปริปากพูด รุ่นพี่ก็ทักขึ้นมาก่อน ‘เฮ้ย! เป็นไง..ลูกค้าขาประจำ?’ แล้วต่างคนก็ต่างหัวเราะ บอยพอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น บอยเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้รุ่นพี่ในร้านฟัง พอเล่าจบ รุ่นพี่คนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า ‘เจอแค่นี้ยังน้อยไปนะ มึงรู้ไหม ตอนไปส่งครั้งแรก กูเจอยังไง?’ แล้วแกก็เล่าว่า.. วันแรกที่แกไปส่งนั้นก็เวลาใกล้เคียงกับที่บอยไปนี่ล่ะ มีคนเข้ามาสั่งพร้อมจ่ายเงิน บอกให้ไปส่งที่บ้านหลังนั้น พอแกไปส่งก็เจอน้าผู้ชายสูบบุหรี่คนเดียวกับที่บอยเจอเหมือนกัน รุ่นพี่กดกริ่งเรียกคนในบ้าน แต่พบว่ากริ่งเสีย พอมองเข้าไปในบ้าน ก็เห็นมีเงาคนเดินไปมา แกก็เลยตะโกนเข้าไปว่า ‘พี่ๆ มารับของหน่อยครับ!’ ชายวัยรุ่นคนหนึ่งใส่เสื้อยืด-กางเกงขาสั้น ผลักประตูออกมาแล้วยืนที่หน้าบ้าน รุ่นพี่จึงบอกว่า เอาพิซซ่ามาส่งครับ ชายคนนั้นพูดว่า ‘เปิดฝา แล้วเอาลอดใต้ประตูเข้ามา..’ รุ่นพี่งงแตก แล้วทวนคำของชายคนนั้นอีกครั้ง ‘เปิดฝา แล้วเอาลอดใต้ประตูเนี่ยนะครับ?’ ชายคนนั้นก็ยังคงยืนยันคำตอบว่า ให้เปิดฝาแล้วก็ลอดใต้รั้วเข้ามา.. ระหว่างที่รุ่นพี่กำลังจะถามชายคนนั้น น้าข้างบ้านก็ตะโกนมาว่า ‘ทำตามที่เค้าบอกไปเถอะ’ รุ่นพี่ก็เลยเปิดฝากล่อง แล้ววางลอดเข้าไปใต้รั้ว ชายวัยรุ่นคนนั้นก็ค่อยๆ นั่งลงกินพิซซ่าทีละชิ้นๆ รุ่นพี่รีบกระโดดขึ้นรถแล้วขี่ออกมาทันที

จนมาพบน้าผู้ชายคนที่สูบบุหรี่กำลังจะเดินเข้าบ้านไป รุ่นพี่รีบเรียกน้าคนนั้นไว้ แล้วขับรถไปจอดหน้าบ้านของน้าคนนั้น ถามว่า ‘น้าๆ ทำไมเค้าให้ผมแบบนั้นล่ะ? นั่นของกินนะ แล้วทำไมนั่งกินหน้าบ้าน ไม่เอาเข้าไปกินในบ้าน?’ น้าคนนั้นเดินเข้าไปพูดในบ้านตัวเอง ‘บ้านหลังนั้นน่ะ ไม่มีคนอยู่หรอก เจ้าของบ้านย้ายออกไปกันหมด ลูกชายเค้าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ว่าเฮี้ยน ติดบ้าน เลยไม่มีใครอยู่ได้ แล้วลูกชายเค้าชอบกินพิซซ่ามาก พ่อแม่เค้าเลยสั่งพิซซ่าให้ลูกแบบนี้เป็นประจำ น้าเห็นมาหลายคนแล้วล่ะ..’ พูดจบน้าแกก็เดินเข้าบ้านไป.. นี่เป็นเหตุการณ์ที่รุ่นพี่ได้เจอ ไม่ต้องถามเลยว่าบอยจะยังทำงานที่นี่ต่อหรือไม่ ถ้ามีลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าประจำ..…

ผีบ้านพักป่าไม้ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผีบ้านพักป่าไม้ 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีบ้านพักป่าไม้

แต่ก่อนสามีเรารับราชการป่าไม้ ปัจจุบันนี้เกษียณอายุมาหลายปีแล้ว อดีตพวกเราต้องตามสามีไปตลอด ผัวไปประจำอยู่ตามหน่วยป้องกันรักษาป่า ซึ่งส่วนมากก็จะอยู่ในป่านั่นล่ะ ที่พักก็เก่า และก็เสื่อมโทรมมากมาย ครั้งหนึ่ง สามีจำต้องย้ายไปประจำหน่วยคุ้มครองปกป้อง รักษาป่า แห่งหนึ่งทางภาคใต้ หน่วยนี้อยู่ทางขึ้นเขาไกลจากตัวจังหวัด 20 กว่ากิโล อยู่ริมถนน ซึ่งข้างหน้าหน่วยเป็นทางโค้งหักศอก

พวกเราย้ายมาวันแรก ก็เดินมองบริเวณหน่วย แล้วไปสะดุดตากับเศษซากชิ้นส่วนรถยนต์นานาชนิด มีต้นหญ้าปกคลุมเต็มไปหมด คะเนด้วยสายตาอาจจะถูกทิ้งมานานยาวนานหลายปีแล้ว ตรงนี้ มีลูกจ้างชั่วครั้งคราว รวมทั้งข้าราชการประจำอยู่ ช่วงเวลากลางคืนจะมีเวรเฝ้าที่ทำการ 1 คน.. เราที่มาอยู่วันแรกก็ไหว้ที่เจ้าทางก่อนเลย เนื่องจากรู้มาก่อนว่าตรงนี้ผีดุ! ตอนเวลาค่ำๆก่อนนอนพวกเราจะสวดมนต์ไหว้พระทุกคืน รุ่งเช้าก็ไปตักบาตรกรวดน้ำ วันพระก็ไปวัดตรงทางขึ้นเขาเสมอ สามีไม่ค่อยอยู่ ไปราชการหลายครั้ง พวกเราอยู่กับบุตรสาวเล็กๆ2 คน พวกเราไหว้พระบอกตลอดเลยว่า ‘อย่ามาให้มองเห็น ถ้ามาก็ขอให้มาดีๆ..’

บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านไม้มี 2 ชั้น เรามักจะได้ยินเสียงคนเดินขึ้นลงบันไดตลอด โดยที่เปิดออกมาดูก็ไม่มีใคร ตอนแรกกลัว แต่ตอนหลังชินแล้ว คิดเสียว่าเขามาดูแลปกป้องเรา เพราะเราทำบุญกรวดน้ำให้ตลอด เวลาเขามาจะมีสัญญาณมาก่อนทุกครั้ง คือจิ้งจกทั้งบ้านจะพร้อมใจกันร้องเซ็งแซ่ไปหมด สักพักก็จะมีเสียงคนเดินขึ้นบันไดตามมา เสียงสยองมากกกก ดัง ‘เอี๊ยด..อ๊าด..’ ช้าๆ เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องเรา สักพักก็เดินลงไป.. สักพักก็เดินขึ้นมาใหม่อยู่แบบนี้ ซึ่งเราสังเกตได้ว่าจะมาเฉพาะวันโกนเท่านั้น! ถัดจากบ้านพักเรามีบ้าน 2 ชั้นอีกหลัง ถัดไปสุดท้ายอยู่ติดเชิงเขาเลยจะเป็นเรือนไม้ห้องแถว มีประมาณ 10 ห้อง เป็นเรือนของลูกจ้างชั่วคราว และครอบครัว ตอนเรามาอยู่ใหม่ๆ ก็เห็นอยู่กันเต็มนะ ไปๆ มาๆ ย้ายกลับไปอยู่บ้านตัวเองหมด ส่วนข้าราชการประจำที่พักที่นี่ พอเย็นวันศุกร์เขาก็กลับบ้านกันหมด มาอีกทีวันจันทร์ เราเลยต้องอยู่กับลูกสาว 2 คน และเวรที่มาเฝ้าสำนักงานอีกคนเท่านั้น

คืนหนึ่ง เวรที่เฝ้าสำนักงานวิ่งมาทุบประตูหน้าบ้านเรา ตะโกนเรียกเสียงดังโวยวายโหวกเหวก ‘เจ๊ๆ เปิดประตูให้ผมหน่อย!’ เราก็ตกใจ รีบอุ้มลูกลงมาเปิดประตูให้ ก็ถามมีอะไรๆ? เขาบอกผีหลอกๆๆ แล้วนั่งตัวสั่น เราบอกให้ค่อยๆ เล่า เขาก็เล่าว่า ตอนนอนอยู่มีผู้ชาย 3 คนมาเคาะประตูสำนักงาน ตอนแรกคิดว่าคงมาถามทางหรืออะไร ก็มองผ่านกระจกไป แต่กลับไม่เห็นมีรถ แล้วมากันยังไง? เลยไม่ได้เปิดให้ พอสังเกตดีๆ ผู้ชาย 3 คนนี้รองเท้าไม่ใส่ เสื้อผ้าขาดวิ่นเหมือนเกิดอุบัติเหตุมา ร่างกายมีแต่ร่องรอยบาดแผล พอเพ่งดูดีๆ อีก เฮ้ย! นี่ไม่ใช่หน้าคนแล้ว เขียวซีดขนาดนั้น! ทีนี้แกเลยเปิดประตูหลังวิ่งหนีมาทุบประตูบ้านเรานี่ล่ะ บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟังอีก เกริ่นมาแค่ว่าคนที่มาเข้าเวรเจอกันเกือบทุกคน แกก็เพิ่งเจอนี่ล่ะ จะมาหลากหลายรูปแบบเลย สรุปคืนนั้นแกก็ไม่กล้ากลับไปนอนสำนักงาน ขอนอนที่ระเบียงหน้าห้องเรา และหลังจากนั้นมา ถ้าเป็นเวรของแก แกจะไปขอแฟนเรา บอกหัวหน้าสงสารผมเถอะ ผมกลัว แฟนเราก็คนกลัวผีเลยอนุญาตให้ แกมาบอกอีกว่า ถ้าหัวหน้ากับเจ๊ย้ายนะ ผมขอลาออก.. สรุปพอหลายเดือนต่อมาเราย้าย แกก็ลาออกจริงๆ แกว่าที่นั่นเฮี้ยน แกยอมลาออกดีกว่า..

วันหนึ่ง สามีพาเรากับลูกๆ ไปเยี่ยมย่า ไปค้าง 1 คืน พอกลับมาตอนสายๆ เห็นคนในสำนักงานจับกลุ่มคุยกันอยู่ เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ลูกจ้างที่มาเข้าเวรเมื่อคืนนี้เล่าว่า เมื่อคืนมาเข้าเวร พาแฟนมานอนด้วย ตกดึกประมาณตี 3 แฟนก็ตื่นมาเข้าห้องน้ำ เห็นรถกระบะขับเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน มีทั้งคนแก่ ลูกเล็กเด็กแดง จูงกันลงมาจากรถ มายืนอยู่หน้าบ้านเรา (บ้านพักเราเอง) เต็มไปหมด.. พอตอนตี 5 แฟนเขาก็ปลุก พี่ๆ ตื่นๆ ไปต้มนำ้ชากาแฟเถอะ เมื่อคืนนี้หัวหน้าพี่กลับมาแล้ว พาญาติพี่น้องมาเต็มไปหมดเลย เผื่อหัวหน้าจะต้องการอะไร แกก็รีบตื่นแล้วบอกแฟนว่า ไม่เห็นรถหัวหน้าเลย.. แฟนแกก็ยืนยันว่ากลับมาแล้วจริงๆ แกเลยเดินไปดูที่หน้าบ้านเรา แต่.. ตอนนั้นบ้านเรายังล็อคแม่กุญแจอยู่เลย แกเลยเดินกลับมาบอกแฟนแกว่า ไม่มีใครมาสักหน่อย กุญแจยังคล้องอยู่เลย แฟนแกไม่เชื่อ เลยเดินมาดูที่หน้าบ้านเรา ปรากฏว่าแม่กุญแจยังแขวนอยู่จริงๆ ทีนี้แฟนแกสติแตกเลยจ้าาา แสดงว่าที่เห็นน่ะ..ไม่ใช่คน! แกเลยชี้ไปที่กองซากรถข้างๆ หน่วย บอกว่าวันดีคืนดีก็ออกมาหลอกซะแล้ว เพราะสมัยก่อนถนนสายนี้ขึ้นเขาแล้วถึงตัวจังหวัดมีอยู่สายเดียว แล้วทางคดเคี้ยวมากๆ หน้าหน่วยเป็นโค้งหักศอก รถมาเทกระจาดตายเยอะมากตรงหน้าหน่วยนี้ แล้วมีเรื่องเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่อีกว่า รถทุกคันที่มาคว่ำตรงนี้ คนที่รอดตายต่างเล่าตรงกันอย่างประหลาดว่า เห็นงูตัวใหญ่มากๆ นอนพาดถนนตรงทางโค้งเลย จึงเหยียบเบรคกระทันหันทำให้รถคว่ำ

คนงานยังเล่าให้ฟังอีกว่า ข้าราชการคนก่อนๆ ก็โดนมาแล้ว กลางดึกมีฝรั่งสองผัวเมียเดินมาเคาะสำนักงาน ไม่ใส่รองเท้า เนื้อตัวมอมแมม มาขอความช่วยเหลือ เขาเลยบอกให้นั่งรอ เดี๋ยวไปตามคนมาช่วย พอกลับมาอีกที ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้หายไปแล้ว.. และอีกครั้งที่ดังมาก ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้มายืนโบกรถที่ทางโค้งหน้าหน่วยกลางดึก รถกระบะผ่านมารับขึ้นรถนั่งท้ายกระบะไป พอถึงตัวจังหวัดจอดรถ กลับไม่มีฝรั่งสองผัวเมียแล้ว วันรุ่งขึ้น ผู้ชายเจ้าของกระบะขับรถเข้ามาที่หน่วยมาเล่าให้ฟัง ว่ารับฝรั่งไปจากหน้าหน่วยนี้ แต่อยู่ๆ ก็หายไปเฉยเลย คนงานเก่าๆ ที่อยู่ที่นี่มานานเลยเล่าว่า ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้รถคว่ำตายมาหลายปีแล้ว และยังพาไปดูซากรถจี๊บข้างๆ หน่วย พวกเขาคงไปไหนไม่ได้ นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว พวกเขาคงกลับบ้านไม่ถูก น่าสงสาร..

ส่วนมากคนงานที่มาเข้าเวรจะเห็นกันเกือบทุกคน ถ้าดึกๆ เห็นคนอุ้มลูกจูงหลานเดินเข้ามา ไม่ต้องไปทัก เขาคงไปไหนไม่ได้.. ตอนนั้นที่เรามองกองซากรถข้างหน่วยทีไรก็สยองทุกที ได้แต่กรวดนำ้ให้ และภาวนาว่าไปให้คนอื่นเห็นเถอะ อย่ามาให้เห็นเลย และเราก็ไม่เคยเห็นเลยจริงๆ ตลอดเกือบปีที่สามีรับราชการอยู่ที่นั่นจนย้ายค่ะ…

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เพื่อนมาลาเพื่อน

Posted in Uncategorized

เพื่อนมาลาเพื่อน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เพื่อนมาลาเพื่อน

เรื่องนี้เป็นเหตุเฉียดตายของคุณเอ๋ ที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 6 ปีมาแล้ว แต่ว่ายังฝังอยู่ในความทรงจำเป็นอย่างดี.. ตอนนั้นเอ๋เรียนอยู่ ปี 2 มหาวิทยาลัย แถว จังหวัดนครปฐม ซึ่งแถวนั้นเวลากลางคืนจะไม่ค่อยมีร้านรวงอะไรเท่าไหร่ เมื่ออยากจะไปรับประทานข้าว ไปเที่ยวกับเพื่อนก็ต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในเมือง

มีอยู่คืนวันหนึ่ง.. วันนั้นเป็นวันสอบวันสุดท้าย เอ๋กับเพื่อนสนิทชื่อโบว์ ก็เลยเชิญกันไปเที่ยวตอนกลางคืนในเมือง ทั้งสองแต่งตัวที่ห้องของตัวเอง และลงมาพบกันที่หน้าอาคาร ตอนนั้นเป็นเวลา 3 ทุ่มกว่า โบว์เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์โดยที่เอ๋เป็นคนซ้อนท้ายไป

เรื่องมันเกิดตอนขากลับ.. ทั้งคู่ดื่มแอลกอฮอล์ไปพอสมควร แต่ไม่ถึงกับเมา โบว์เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนเดิม เมื่อเดินทางกลับมาในซอยหอ ต้องบอกก่อนว่าในซอยนี้เป็นถนนเล็กๆ เลนสวนกัน ค่อนข้างลึก และเปลี่ยวมาก สองข้างทางเป็นทุ่ง โดยที่มีไฟข้างทางไม่กี่จุดเท่านั้น เมื่อมาถึงเสาไฟต้นหนึ่งจู่ๆ โบว์ก็ร้องขึ้นมาเสียงดังน่ากลัว และหักรถเข้าชนเสาไฟอย่างแรง..

เอ๋มารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงพยาบาลแล้ว ซึ่งเป็นห้องคู่ กั้นด้วยผ้าม่านไว้เท่านั้น ตอนนั้นเป็นเวลาตี 4 ได้ เอ๋เห็นสภาพตัวเองมีบาดแผลเต็มไปหมด แต่ตอนนั้นไม่รู้สึกเจ็บจริงๆ ส่วนโบว์ก็ยืนอยู่ข้างๆ เตียงของเอ๋ บอกเอ๋ว่า ขอโทษนะ ไม่น่าเป็นแบบนี้เลย และก็ร้องไห้ออกมา ก่อนจะบอกว่าด้วยเสียงสะอื้นว่าขอให้หายไวๆ และก็เดินออกจากห้องไป..

เอ๋จะเรียกโบว์ถามว่าไปไหน แต่ก็ลุกไม่ไหว จึงได้กดเรียกพยาบาล ทันใดนั้น เสียงสัญญานบอกชีพจรหยุดเต้นก็ดังขึ้นในห้อง.. พยาบาลสามคนรีบวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมเปิดผ้าม่านออก เตียงข้างๆ คือร่างอันไร้วิญญาณของโบว์ที่หันมามองเตียงของเอ๋อยู่..

หลังจากเหตุการณ์นั้น เอ๋มารู้ว่าที่ตรงบริเวณเสาไฟนั้น มีอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก และมักมีคนเล่ากันว่า เมื่อผ่านเสาไฟต้นนั้น มักจะเจอเงาผู้หญิงยืนอยู่..…