Skip to content

หมวดหมู่: Uncategorized

ของมือสองสยองขวัญ

Posted in Uncategorized

ของมือสองสยองขวัญ

ยุคเรียนมหาลัย พวกเราเคยซื้อกางเกง ยีนส์มือสอง มาจากสหายที่รู้จัก ของมือสองสยองขวัญ ซื้อมาก็เอาเก็บเอาไว้ภายในตู้คิดว่ามีเวลาว่างจะเอามาซัก ต่อไปก็พบเหตุการณ์แปลกๆในช่วงเวลานั้นพักอยู่หอพัก เวลาอยู่ห้องผู้เดียวจะรู้สึกราวกับมีคนอยู่ด้วย มองเห็นเงาคนบ้าง ได้ยินเสียงแปลกๆบ้าง แม้กระนั้นที่พีคที่สุดเป็นคืนนึง ตื่นขึ้นมา มองเห็นผู้หญิงนั่งหันหลังให้ที่ปลายเตียง มั่นใจว่ามิได้ฝัน สตรีคนนั้นกำลังจะหันมา พวกเราก็รีบเปิดตะเกียงที่หัวนอนเลย ปรากฎว่าหาย ผีแน่ๆ
ตอนต้นยังไม่เคยรู้นะคะว่ามาจากกางเกง แม้กระนั้นก็เป็นแบบงี้มาสองสามวัน เพียงพอถึงวันหยุดจะซักผ้า เอากางเกงที่ซื้อมาซัก เอามือล้วงไปในกระเป๋าพบผมคนเป็นกำเลย เป็นผมสีดำ เส้นไม่ยาวเสมือนโดนตัดแบบที่มองเห็นในร้านตัดผม เวลานี้ตกใจมาก
วันต่อมาก็ไปถามเพื่อนเรื่องกางเกง เพื่อนกล่าวว่าเป็นของพี่สาว นางกล่าวว่ากลับไปอยู่บ้านไปเอาเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่มาขายต่อที่ตลาดนัด ติดเสื้อผ้าพี่สาวนางมาด้วย จขกท.ก็เลยเล่าให้นาง นางก็กล่าวว่า ผีที่พบน่าจะเป็นพี่สาวนาง เสียไปได้สองสามปีแล้ว ฆ่าตัวตาย พี่นางป่วยทางจิตอะไรสักอย่าง ก่อนตายก็ถูกใจตัดผมตนเอง ต่อไปพวกเราก็เอากางเกงมาคืน แล้วไปทำบุญสุนทานให้เขา ต่อจากนั้นก็ไม่พบอะไรอีก
แต่จากนั้นก็ไม่เข็ดขยาดนะ ยังถูกใจซื้อของมือสองอยู่…

เรื่องราวสยองขวัญ “กีตาร์มือสอง”

Posted in Uncategorized

เรื่องราวสยองขวัญ 

“กีตาร์มือสอง” เรื่องราวสยองขวัญ

วันนี้ผมมีเรื่องมีเรื่อง สยองขวัญ มาเล่าให้ฟังครับ
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่กับรุ่นพี่ของผม เคยเรียนสถานศึกษาเดียวกัน ยุคผมอยู่ม. ต้นครับผม
ผมขอเริ่มเรื่องเลยครับผม

พี่ตี๋เป็นผู้ที่เล่นกีตาร์เก่งมาก ถ้าหากมีเวลาว่าง ผมก็จะให้แกสอนเล่นกีตาร์
เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตอนราวๆเกือบจะ 5 โมงเย็น ผมนัดหมายกับพี่ตี๋ไว้
ว่าจะให้พี่ตี๋สอนเล่นเพลงที่กำลังฝึกอยู่ เพียงพอไปถึงพี่ตี๋ก็ออกมาต้อนรับ เรียกผมเข้าบ้านนะครับ

พี่ตี๋ถามผมว่า ทานข้าวมารึยัง กินข้าวก่อนไหม ผมกล่าวว่า กินมาแล้วครับผม
เดี๋ยวนี้ต้องการฝึกซ้อมกีตาร์มากกว่า ผมก็นั่งคอยที่กลางบ้านหน้าโทรทัศน์ พี่ตี๋ก็เดินเข้าไปเอากีตาร์ในห้อง
พอพี่ตี๋เดินออกมา ผมก็ถามพี่ตี๋ว่า ไหนพูดว่าซื้อกีตาร์ตัวใหม่มา ขอดูหน่อยครับผม
พี่ตี๋ก็ยิ้มๆเดินมานั่งลงด้านหน้าผม พวกเรานั่งกันที่พื้นนะครับ

แกบอกว่าขายทิ้งไปแล้ว ผมเลยกล่าวกลับไปว่า อ้าว ขายเพราะอะไรนะครับพี่ เสียงไม่ดีหรอ
แต่ว่าพี่ตี๋ทำหน้านิ่งๆและก็ตอบผมมาสั่นๆว่า ก็มันมีผีในกีตาร์ จะให้พี่เก็บไว้หรอ

สิ่งที่จำเป็นจะฝึกซ้อมกีตาร์ของผมเริ่มหายไป ปัจจุบันนี้พอใจเรื่องผีมากยิ่งกว่า
ผมเลยบอกพี่ตี๋ว่า มันเป็นยังไงพี่ตี๋ เล่าให้ผมฟังหน่อย พี่ตี๋ก็เล่าให้ฟังครับผม

พี่อยากได้กีตาร์โปร่งซักตัว เนื่องจากว่าตัวเก่ามีความคิดว่ามันเล็กเหลือเกิน
ก็เลยไปพบซื้อมือสองแถวลำคลองกลบ ไปชื่นชอบตัวนึง เป็นกีตาร์โปร่ง ภาวะใหม่ เสมือนมือชั้นยอดเลย
ราคาก็ไม่แพงจนถึงเหลือเกิน แถมเสียงดีด้วย พี่ก็เลยตกลงใจซื้อ

พอเพียงซื้อก็เอากลับมานั่งพักผ่อน ลองดีด ทดลองเสียงไปตามธรรมดา ในเวลานั้นก็คงจะสองสามทุ่ม
พี่ได้ยินเสียงคนเคาะประตู พี่ก็เดินไปเปิด แต่ว่าก็ไม่มีผู้ใด พี่ก็กลับมานั่งพักผ่อนต่อ
ยังไม่ถึง 10 นาทีเลย ได้ยินเสียงเคาะอีกแล้ว พี่ก็เดินไปเปิดอีก แม้กระนั้นก็ไม่เหมือนใครเดิม
พี่เลยเดินออกไปดูข้างหน้าบ้าน มีความคิดว่ามีคนใดกันมาแกล้งรึเปล่า แต่ว่าก็ไม่มี

พี่เดินกลับมานั่งพักผ่อนต่อ ในช่วงเวลานั้นมิได้คิดอะไรมากมาย
ต่อนี้ไปมันมาอีกแล้ว เสียงเคาะดังเดิม พี่ก็เริ่มอารมณ์เสีย เลยร้องไปว่า
คนใดกันวะ เเกล้งอยู่ได้ ต้องการเข้าก็เข้ามาเลย เพียงพอพี่พูดเชือนแชร็จ เสียงเคาะมันก็เงียบไป

พี่เล่นได้อีกซักพัก พี่ก็ลุกไปเข้าส้วม เข้าไปได้เพียงแค่พักเดียวก็เดินออกมา
ปรากฏว่าประตูมันเปิดเอง พี่ก็ตกอกตกใจ มีความคิดว่าผู้ใดกันมาเปิด หรือผู้ใดกันแน่เข้ามาลักขโมยของรึเปล่า
ก็เดินตรวจมอง ไม่มีอะไรหาย พี่ก็เดินไปล็อคประตู เสร็จก็เดินถือกีตาร์เข้าห้อง เอากีตาร์ไปเก็บ
แล้วพี่ก็ไปทานข้าว อาบน้ำ พอเพียงเสร็จแล้ว พี่กะจะทดลองเล่นซักเพลงสองเพลง และก็หลังจากนั้นจึงค่อยนอน

พอเพียงเล่นไปได้ยังไม่จบเพลงแรกเลย พี่ได้ยินเสียงฮัมเพลง ดังมาจากข้างหลัง
พี่เลยดีดเบาๆจะฟังว่าได้ยินเสียงจริงรึเปล่า แต่ว่าเสียงมันก็หายไป
เลยมีความคิดว่าหูฝาด ก็เล่นถัดไป แต่ว่าก็ได้ยินอีก ที่นี้มันชัดกว่าเดิม พี่ก็ตบสายกีตาร์หยุดเสียง
เพียงพอเสียงกีตาร์เงียบปุบปับ ก็มีเสียงแทรกขึ้นมา พี่ได้ยินชัดเลย เป็นเสียงคนถอนใจ
พี่สะดุ้งก็หันกลับไปดู แต่ว่ามันก็ไม่มีอะไร ต่อนี้ไปล่ะเริ่มกลัวของแท้แล้ว

พี่เดินไปเอาพระมาห้อยคอ รวมทั้งสวดมนต์ไหว้พระ
เพียงพอสวดมนตร์เสร็จก็ไปนอน

พี่จำไม่ได้ว่า ในช่วงเวลานั้นกี่นาฬิกากี่ยามแล้ว พี่ตื่นมาด้วยเหตุว่าปวดฉี่
ก็เลยเปิดไฟเดินไปเข้าห้องอาบน้ำ กลับมาก็ปิดไฟนอน พอกำลังจะหลับ
พี่ได้ยินเสียงราวกับคนขยับกีตาร์ พี่ก็พยายามฟังดู ก็ว่าใช่ เป็นเสียงเสมือนคนขยับกีตาร์
ยังไม่ทันไร ก็มีเสียงเสมือนคนดีดกีตาร์ ดีดแบบมั่ว ฟังไม่เป็นทำนองเลย
พี่ก็ตกใจ ไม่กล้าขยับตัว โทรศัพย์ก็อยู่ใกล้ๆแต่ว่าไม่กล้าถือ

ไม่ทันไร เสียงมันก็เงียบไป ที่นี้ห้องเงียบสนิทเลย ขนาดตนเองหายใจยังได้ยิน
นอนไปซักพัก ได้ยินเสียงคนร้องไห้ ดังมาจากปลายตีน พี่ก็ตกอกตกใจ หดขา กลัวมากมายเลย
เค้าไม่ยินยอมหยุดร้อง ที่นี้เลยตกลงใจ บอกออกไปว่า กลัวแล้วอย่าหลอกผมเลย สักครู่ผมทำบุญทำกุศลไปให้
เสียงนั้นก็เงียบไป พี่ก็ได้แต่ว่านอนคลุมโปง ตัวแข็งอยู่แบบงั้น รอนานมาก คงจะสองหรือสามชั่วโมงได้
รอคอยกระทั่งรุ่งเช้าเลย ถึงกล้าโผล่หน้าออกมาจากผ้าที่มีไว้ห่ม

พอเพียงพี่ตื่น พี่ก็เปิดไฟเดินไปดูกีตาร์ มันก็ตั้งอยู่ที่เดิมธรรมดาทุกสิ่งทุกอย่าง
พี่ก็อาบน้ำแต่งตัว ขับขี่รถไปตลาด ไปใส่บาตรแล้วอุทิศส่วนบุญให้เค้า แล้วพี่ก็ไปปฏิบัติงาน
พอเพียงพี่ไปปฏิบัติงาน พี่เลยตกลงใจขายกีตาร์ ขายให้เพื่อนฝูงที่รู้จักในสถานที่ทำงานนั่นแหละ พูดว่าร้อนเงิน
พอเพียงมันตกลงซื้อ ตอนเวลาเย็นก็พามันมาเอากีตาร์ที่บ้านเลย

พอเพียงพี่ตี๋เล่าจบ ผมก็เชิญชวนพี่ตี๋ออกไปพบอะไรรับประทานด้านนอก
บอกพี่ตี๋ว่า วันนี้พวกเราอย่าเพิ่งจะฝึกเลย

มึงไม่เคยทราบว่า ผู้ครอบครองกีตาร์คนเดิมเป็นผู้ใดกันแน่
ทราบแต่เพียงว่า กีตาร์ตัวนี้ จะต้องผูกพันกับผู้ครอบครองคนเก่ามากแน่ๆ…

เจอดีกับตัว เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

เจอดีกับตัว

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เจอดีกับตัว 

ในตอนก่อนจบมหาลัยปี 2 ผมได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานและก็โปรเจคต์จำนวนไม่น้อย นับว่าเป็น ฤกษ์งามยามดี ก่อนขึ้นปี 3 มันมากมายเสียจนถึงผมจำเป็นต้องดำเนินการผ่านวันข้ามคืน ธรรมดาผมเป็นคนนอนดึกดื่นเป็นปกติอยู่แล้ว คืนนั้นผมก็กำลังพิมพ์รายงานไปตามเรื่องตามราว ถ้าเกิดพิมพ์ไปนานๆความเหน็ดเหนื่อยล้าจากช่วงเวลากลางวันได้ปะปนเข้ามากับความง่วงในกลางคืน ผมก็เลยเดินไปชงโกโก้ในครัวเพื่อแก้ง่วงงุน
ในตอนที่ผมกำลังเดินไปชงโกโก้อยู่นั้น ผมได้ยินเสียงเสมือนใครสักคนพูดพึมพำ ตอนต้นผมมั้นจิตใจว่ามันหูฝาด ด้วยเหตุว่าข้างล่างของบ้านมีผมเพียงแค่ผู้เดียว พอเพียงผมชงโกโก้เสร็จผมก็กำลังจะกลับไปที่โต๊ะคอมเพื่อพิมพ์รายงานต่อ แต่ถ้าว่าหางตาของผมกลับไปโฉบเฉี่ยวกับบางอย่าง ผมสังหรณ์ใจว่าน่าจะมีคนแอบเข้ามาในบ้าน เพราะว่าในตอนกลางวันแม่ของผมเล่าให้ฟังว่า มีคนงานประเทศพม่าปีนป่ายรั้วของบ้านตรงกันข้าม ซึ่งคนงานคนนั้นมาปฏิบัติภารกิจตัดต้นไม้ตรงข้างหลังบ้าน แม่ของผมยังบอกอีกว่า คนงานคนนั้นกระโจนเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้านของผมที่ไม่อยู่บ้าน ด้วยความหวาดกลัวว่าจะมีขโมยขึ้นบ้าน ด้วยเหตุว่าเดี๋ยวนี้ข่าวสารมิจฉาชีพขึ้นบ้านออกกันปึงปัง
ผมก็เลยเดินขึ้นบ้านไปปลุกพ่อ เมื่อพ่อผมเข้าใจ เขาก็เลยสลัดอาการสะลึมสะลือลงมาจากบ้าน ตรงไปถือมีดดาบที่เขาพึ่งสั่งตีมา พ่อของผมเป็นคนถูกใจสะสม โดยเหตุนี้เพื่อกันไว้อีกทบ ผมก็ถือกระบี่ของบิดาผมไปด้วย ผมไม่กลัวแม้มิจฉาชีพโน่นมันมีมีดง่อยเปลี้ยเสียขาๆเพียงแค่เล่มเดียว แม้กระนั้นผมกลัวว่ามันจะมีปืนมากยิ่งกว่า แต่ว่าอีกจิตใจก็กล่าวว่ามันอาจจะเป็นมิจฉาชีพกระจอกงอกง่อยที่ไม่น่ามีสติปัญญาซื้อปืน
ผมแล้วก็บิดาเดินไปตรงข้างบ้าน ที่ที่แม่ของผมพูดว่ามีคนงานประเทศพม่ากระโจนลงบ้านเพื่อนบ้าน เมื่อผมรวมทั้งบิดาส่องไฟฉายมอง ปรากฏว่าผมและก็บิดาต่างสะดุ้งกันมากมาย มันมีรอยตีนของผู้ที่เลอะเทอะราวกับคราบเปื้อนดิน รอยตีนมันไปหยุดอยู่ที่สวนของผม บิดาของผมบอกให้ผมรักษาตัว ผมเริ่มเหงื่อแตกเนื่องจากว่ารู้สึกตื่นเต้นรวมทั้งกลัวนิดหน่อย เมื่อบิดาผมส่องไฟไป ปรากฏว่าไม่เจออะไรเว้นเสียแต่ความมืดมนแล้วก็เหล่าต้นไม้ที่บิดาผมปลูก คืนนั้นผมรวมทั้งบิดาเดินตรวจสอบรอบบ้านอีกหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะบิดาของผมจะให้ผมรีบนอน โดยก่อนผมขึ้นบิดาก็ให้ผมล็อคประตูและก็หน้าต่างทุกบาน ผมไล่ล็อคกระทั่งครบทุกบาน ก่อนจะขึ้นบ้านนอน
วันต่อมาอาจารย์ไลน์มาบอกว่าวันนี้งดการเรียนการสอน ผมจึงนอนต่อลากยาวไปจนถึงเก้าโมง ผมตื่นมาพ่อผมก็ไปทำงานแล้ว ผมจึงลงไปทำหน้าที่ประจำวัน นั่นคือรดน้ำต้นไม้ ผมเดินไปข้างบ้านตรงที่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืน ปรากฏว่ารอยเท้าพวกนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีคราบดินหรือคราบอะไรทั้งนั้น ตอนแรกผมก็คิดว่าพ่อผมคงจะล้างไปแล้ว แต่ผมสังเกตดูก็พบว่ามันไม่มีน้ำสักหยด มันเป็นพื้นแห้งๆ ไม่มีร่องรอยความชื้นแต่อย่างใด ผมพยายามเข้าข้างตัวเองว่าไม่มีอะไรจึงรดน้ำต้นไม้ต่อไป
คืนนั้นเป็นคืนที่ค่อนข้างเปลี่ยว เพราะไฟถนนในซอยของผมมันไม่เปิด ไม่รู้ว่าไฟเสียหรืออะไร แต่ที่แน่ๆ ไฟมันกระพริบราวกับไฟในหนังผี ขณะนั้นผมก็กำลังแก้ไขไฟล์งานเพื่อจะส่งในวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าคราวนี้ผมได้ยินเสียงเหมือนคนเดินรอบบ้านอีกครั้ง ผมคิดว่าผมคงหูฝาด แต่ผมก็พึ่งคิดได้ว่าเมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้น ผมจึงรีบไปตามพ่อทันที พ่อผมก็ไม่รอช้าที่จะรีบโทรแจ้งตำรวจไว้ก่อน หลังจากนั้นพ่อกับผมก็เข้าสเต็ปเดิม หยิบดาบมาคนละเล่มและปรี่ออกไปข้างนอก
คราวนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน ผมกับพ่อแทบไม่เชื่อสายตาของตนเอง มีชายรูปร่างสูงใหญ่ แขนขายาวกว่าคนปรกติ กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่สวนของบ้าน พ่อผมส่องไฟฉายไปปรากฏรูปร่างผิวสีดำหนังหุ้มกระดูก สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้และรีบกระโดดข้ามรั้วไป
ในเวลาต่อมาตำรวจและยามได้มาที่บ้านของผม ตำรวจได้สอบถามรายละเอียดของคนร้าย ยามประจำหมู่บ้านคนหนึ่งของผมก็พูดแทรกขึ้นมา เขาบอกว่าไม่นานมานี้มีชายแก่คนหนึ่งน่าจะเป็นขอทานหรือไม่ก็คนไร้บ้าน แกมักจะมาขอข้าวยามกิน ซึ่งยามก็ใจดีให้ข้าวแกกินเป็นประจำ เพราะเขาก็สงสารลุงแกที่ต้องมาเจอกับชีวิตแบบนี้ แกไม่มีอะไรเลยนอกจากเสื้อผ้าขาดวิ่น รองเท้าดีๆ แกก็ไม่มี หลังจากนั้นไม่นานลุงคนนี้แกก็ถูกรถชนเสียชีวิตจากพวกเด็กแว้นขับรถซิ่ง พ่อกับผมได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก แต่กลับกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคิดว่าเป็นการบุกรุกเข้าบ้านในยามวิกาล ตำรวจไม่ปักใจเชื่อจึงขอทำการตรวจตรารอบบ้านและบริเวณโดยรอบ จนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปรกติจึงเดินทางกลับและก็ไม่ลืมที่จะรับเรื่องไว้
ในเวลาต่อมาผมและครอบครัวก็ได้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับคนที่จากไปและตาลุงไร้บ้านคนนั้น ผมและพ่อก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีกเลย…

ประสบการณ์ผี !! เรื่องผี ๆ กับเรื่องราวความรัก

Posted in Uncategorized

ประสบการณ์ผี !! เรื่องผี ๆ กับเรื่องราวความรัก

ผมมั่นใจว่า ประสบการณ์ผี คนไม่ใช่น้อยอาจเคยรับรู้กันแล้วล่ะ ที่ว่าความรักมันก็ราวกับผี แม้ว่ามันจะมีอยู่จริง แต่ว่ามันก็มีไม่กี่คนหรอก ที่เคยพบ

ผมขอเล่าตั้งแต่เริ่มเลยแล้วกัน รกรากผมอยู่จังหวัดพัทลุง หลังจบการศึกษาชั้นประถม ผมก็ไปศึกษาต่อโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ใกล้ๆกับหอพักที่ผมอยู่จะมีต้นไทรอยู่ต้นหนึ่งซึ่งมันมีขนาดมิได้ใหญ่มากนักหรอก แต่ว่าอายุอานามของมันก็น่าเกินสิบปีเห็นจะได้ หากช่วงเวลากลางวันมันก็มิได้ น่าขนลุก อะไร จะมีม้านั่งหินอ่อนอยู่นั่นแล้วเราก็ชอบไปนั่งพักผ่อนอยู่เป็นประจำ แม้กระนั้นเวลากลางคืนนี่สิ บางทีก็อาจจะด้วยชื่อของไทรกับพวกรากอากาศที่แขวนระโยงรยางค์เช่นเดียวกันกับมนต์ขลัง เลยทำให้มองน่ายำเกรงอยู่พอเหมาะพอควร ประกอบกับเรื่องเล่าที่เล่าต่อๆกัน รุ่นต่อรุ่น ว่าในช่วงดึกดื่นชอบมีคนเห็นเด็กตรงไหนไม่ทราบมานั่งอยู่นั่น… ใต้ไทรต้นนั้น…. เด็กผู้ชายที่ไม่มีแม้กระทั้งบริเวณใบหน้า…

ว่ากันว่า มันเป็นเด็กคนหนึ่งที่เคยเรียนตรงนี้ แล้วก็ผูกคอตาย ตลอดหกปีกระทั่งสำเร็จการศึกษาชั้นมัทธยม ก็มีเพื่อนฝูงของศีรษะบางคนมันเคยบอกว่ามองเห็นอะไรแปลกๆอยู่บ้างเช่นเดียวกัน ผมไม่ทราบหรอกว่ามันกล่าวใช่หรือเพียงแค่อำเล่นไปแบบงั้น ถึงผมไม่เคยมองเห็นไม่เคยพบก็ไม่เคยกล้าดีถึงกับขนาดดูหมิ่น ตอนเดินผ่านที่ตรงนั้นกึ่งกลางเย็นตอนกลางคืนก็ยังกล้าๆกลัวๆอยู่ทุกครั้ง ก็มันค่อนข้างจะวังเวงเสียขนาดนั้น

ผมยังคิดออกก่อนที่จะผมจะสำเร็จการศึกษาในคืนวันหนึ่ง ผมออกมายืนมองดูไทรต้นนั้นด้วยความข้องใจ มันเป็นคืนที่ฟ้าโปร่ง ลมรุ่ยๆพัดผ่านมาบางส่วน ผมออกมาจากหอพักยืนมองดูไทรอยู่แบบงั้นครู่หนึ่งใหญ่ โน่นน่าจะเป็นครั้งเดียวมั้ง ที่ผมดูมันอย่างเต็มตา จู่ๆเว็บไซต์หนึ่งผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา ถึงผมจะยังสงสัยกับเรื่องราวต่างๆที่เขาว่ากันว่า… หรืออะไรทั้งหลาย แม้กระนั้นไม่ว่าอย่างไรผมก็ได้ยืนมองดูอยู่ไกลๆนั่นไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้มันอยู่ดี

จากนั้นผมก็ได้มาศึกษาต่อมหาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ข้างหลังของอาคารคณะที่ผมเรียนมันจะมีตึกเก่าๆที่ถูกไม่มีความสนใจร้างเอาไว้ แล้วมันก็มีเรื่องมีราวเล่าของมันอีกแบบเดียวกัน ว่ากันว่าเคยมีเด็กกระโดดตึกฆ่าตัวตายลงมาจากดาดฟ้าของอาคาร รุ่นพี่คนหนึ่งเคยบอกถึงความเฮี้ยนของตึกนี้ ขนาดว่าเคยมีรายการผีมาถ่ายทำออกทีวีแล้วด้วย มีบางคืนอยู่แบบเดียวกันที่ผมจะต้องอ่านหนังสืออยู่บริเวณนั้นจนกระทั่งมืดค่ำ หากผมจำไม่ผิดในตอนนั้นผมเรียนอยู่ปีสาม คุณครูที่ภาควิชาส่งข่าวกับเรา ว่าอีกไม่กี่วันทางมหาลัยกำลังทุบตึกร้างข้างหลังนั้นทิ้ง

คืนนั้นเป็นอีกคืนวันหนึ่งที่ผมอ่านหนังสือยู่ที่ภาควิชาจนถึงดึกดื่นแล้วกำลังจะเดินกลับหอสักตอนห้าทุ่มคงจะได้ ในตอนที่ผมเดินผ่านอาคารร้างนั่น ถ้าหากเป็นครั้งก่อนผมก็เคยเสียวๆอยู่เช่นเดียวกัน แม้กระนั้นพอนานๆเข้าผมก็เริ่มจะเคยชินกับมันไปเสียแล้ว แวบหนึ่งผมหันไปดูยังอาคารเก่าๆแหงนหน้าขึ้นเขาดาดฟ้าท่ามกลางความมัว ในเวลานั้นผมเผลอคิดขึ้นมากับตนเอง ถ้าหากผมอยากทราบว่าผีมันมีใช่หรือไม่ อาถรรพ์อาคารนี้มันความจริงหรือเพียงแค่เรื่องเล่า บางเวลาผมบางทีอาจจำเป็นต้องเดินไปข้างใน แล้วขึ้นไปยืนอยู่บนดาดฟ้านั่นมองสักที จะได้หายแคลงใจสักครั้ง ผมยิ้มเยาะกับความนึกคิดของตนพลางหัวเราะอยู่ในใจ ก่อนที่จะเดินกลับห้องเช่าในคืนนั้น

บ้านผมก็ใช่ว่าจะมีฐานะอะไรมากมาย หลังสำเร็จการศึกษาผมจำต้องเดินเตะฝุ่นหางานอยู่แทบครึ่งปี เงินในกระเป๋าก็เกือบจะไม่มี งานก็ไม่มี ที่สมัครไว้ตั้งหลายสิบที่ก็ไม่มีที่แหน่งใดตอบรับกลับมา กระทั่งวันหนึ่งขณะผมกำลังยืนคอยรถยนต์อยู่ตรงป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง ผมก็เผลอสะดุดตากับแผ่นใบปลิวที่ติดอยู่กับเสาไฟ “ห้องพักหรูเดือนละ 700 ไม่มีเงินมัดจำ” ผมได้แม้กระนั้นสงสัยกับตนเองว่ามันจะเป็นได้หรอ ขนาดห้องที่ผมพักอยู่กับเพื่อนฝูงอีกสองคน อีกทั้งค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ก็จำต้องช่วยเหลือกันแชร์เดือนล่ะเกือบจะสองพัน ผมถือใบปลิวแผ่นนั้นและก็ไปจากที่อยู่ที่ได้มา มันเป็นอพาร์ทเม้นท์ขนาดสี่ชั้นที่ยังมองใหม่อยู่เลย ถึงมันมิได้หรูราวกับอย่างที่เขียนบอกไว้ก็เถิด แล้วที่สำคัญมันก็อยู่ห่างจากถนนใหญ่จะต้องเดินเข้ามาในตรอกไกลอยู่เช่นกัน ผมเข้าไปคุยกับน้าผู้หญิงที่เป็นเจ้าของห้องอพาร์ทเม้นท์ มึงก็บอกกับผมตามจริงโดยมิได้ปกปิดอะไร ว่าอพาร์ทเม้นท์ตรงนี้จะเปิดให้เช่าแค่เพียงสามชั้น เนื่องจากตรงชั้นสี่เคยมีคู่คู่สมรสคู่หนึ่งที่เคยฆ่ากันตายจนกระทั่งเป็นข่าวใหญ่มหึมา ต่อจากนั้นมาผู้ที่นี่ก็เลยพากันพบเรื่องแปลกๆโดยยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่อยู่ตรงชั้นสี่ กระแสข่าวลือหนาหูว่ากันปากต่อปากยิ่งแล้วเข้าไปใหญ่ กระทั่งทำให้คนเกือบจะอีกทั้งอาคาร เลยทยอยกันย้ายออกจนถึงเกือบจะหมด

มึงก็เลยจะต้องจัดโปรโมชั่นขึ้นมา กับหอพักราคาไม่แพงดีมากกว่าปลดปล่อยอาคารให้ทิ้งร้างไว้เปล่าๆโดยกับผู้ที่เช่าห้องชั้นสูงสุดนั้นเพียงแค่เดือนละ 1300 ชั้นสองเดือนละ 1000 แล้วก็ชั้นสามก็เดือนละ 700 ราวกับจากที่เขียนบอกเอาไว้ในใบปลิว ส่วนชั้นสี่นั้นเอ็งได้ปิดตายไปแล้วเพื่อหยุดปัญหา

ผมไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยรู้แบบเดียวกัน ถัดจากนั้นเพียงแค่สามวันผมก็ย้ายเข้ามาอยู่ห้อง 304 ชั้นสามของอาคาร ในตอนแรกก็อกสั่นขวัญตำบลอยู่บ้างเช่นเดียวกัน แม้กระนั้นก็ไม่เคยพบอะไรจนกระทั่งขนาดกระเจิดกระเจิงจนกระทั่งขั้นจำต้องย้ายหนีออกไป อาจมีบ้างก็เสียงดังก๊อกน้ำเเก๊กนั่นนี้ หรือบางโอกาสก็ดังหวีดหวิวเช่นเดียวกันกับเสียงโอดร้องเสียงโหยหวนแปลกๆให้เชิญขนลุกขนพอง แม้กระนั้นก็ไม่รู้จักสิ ผมว่าบางเวลาผมเพียงแค่คิดไปเองก็ได้

ตรงชั้นนี้ที่ผมอยู่มีห้องอยู่สิบสองห้อง แต่ว่าห้องที่มีคนอยู่จะมีเพียงแค่สามห้องเพียงแค่นั้น ระหว่างนั้นผมยังหางานไปด้วยอยู่ดังเดิม ปุบปับผ่านไปนับเป็นเวลาหลายเดือนเพียงแค่ค่าใช้จ่ายในการเช่าเดือนละเจ็ดร้อยบวกค่าน้ำค่าไฟฟ้าไม่ถึงพัน ผมก็ยังจำเป็นต้องขอผัดผ่อนกับผู้ครอบครองอาคาร มันเลยทำให้ผมเป็นไปไม่ได้เลือก ผมก็เลยไปสมัครเป็นพนักงานที่ทำหน้าที่ในการขายที่ใช้เพียงแค่วุฒิมอสาม ทันทีกระทั่งผ่านไปอีกสี่ห้าปีจากนั้น ผมยังเช่าห้องนั้นอยู่ดังเดิม แม้กระนั้นท้ายที่สุดผมก็ถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์งานจากที่ได้เรียนมาสักครั้ง

ในตอนที่ผมกำลังเขียนใจความอันนี้เป็นเวลา 23.33 น. ของวันที่ 13 พฤษจิกายน ซึ่งมันพึ่งจะผ่านวันประเพณีลอยกระทงมาเพียงแค่สองวัน ในช่วงเวลานี้ผมมีเงินเดือนพอที่จะเช่าห้องใหม่ที่ดีมากยิ่งกว่านี้ได้แล้ว และก็เลือกไว้แล้วด้วย จ่ายค่าเงินมัดจำไปแล้วด้วย กะจะย้ายไปวันพรุ่งเลย ผมออกมานั่งอยู่ตรงระเบียงวางโน้ตบุ๊คอยู่บนตักพลางกับพิมพ์ใจความจนกระทั่งย่อหน้าด้านหลังๆในขณะนี้ จากเมื่อสักชั่วโมงก่อนนี้เองที่ผมเพิ่งจะมองเห็นเนื้อความโปรโมทที่กระดอนขึ้นในหน้าเฟสบุ๊ค กับอ่อนเล่าเผชิญการสยองขวัญ

ผมวางโน้ตบุ๊คลงแล้วไปยืนอยู่ตรงระเบียง ลมรุ่ยๆพัดผ่านมาอีกคราว ผมเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาในทันที พลางแหงนขึ้นดูบนชั้นสี่ของอาคารท่ามกลางความมัว แล้วผมก็พลางคิดอย่างชวนขันกับตนเองอีกครั้ง หากผมใคร่รู้ว่าผีมันมีอยู่จริงไหม ผมบางทีก็อาจจะจำเป็นต้องทดลองคุยกับผู้ครอบครองอาคารมอง แล้วทดลองขึ้นไปอยู่ชั้นนั้นที่ปิดตายสักเดือนสองเดือน ความรู้สึกของผมปัจจุบันนี้มันราวกับคืนนั้นที่ผมเพ่งมองไทรต้นนั้น แล้วมันก็เป็นความรู้สึกเดียวกับที่ผมจ้องดูอาคารร้างตรงข้างหลังภาควิชาในคืนนั้นด้วยเหมือนกัน

สำหรับผมนะ ถ้าเกิดลองมองตรงข้าม อาจเป็นผีต่างหากล่ะ ที่มันอย่างกับความรัก แม้กระนั้นไม่ว่าอย่างไรความหมายมันก็ไม่ได้แตกต่างกันอยู่ดี

ตอนสุดท้ายแบบที่ 1 ผมปิดประตูระเบียงเดินกลับเข้ามาในห้อง เสียงหวีดร้องหวุดหวิดคล้ายกับมีใครกันแน่กำลังโอดร้องกลับมาดังอีกแล้ว ไม่ใช่หรอก… ผมเพียงแค่หูแว่วไปเองเพียงแค่นั้น ผมอุตสาหะปลอบประโลมใจตนเองอีกรอบราวกับอย่างที่ทำมาตลอดนับเป็นเวลาหลายปี อีกเพียงแค่คืนเดียวแค่นั้น ผมขออีกเพียงแค่คืนเดียว… หากผ่านคืนวันนี้ไปได้วันพรุ่งก็จะย้ายออกจากที่นี่แล้ว

ตอนสุดท้ายเเบบที่ 2 ไม่เคยทราบสิ บางคราวการที่พวกเราไม่เคยมองเห็น มันบางทีอาจจะดีกว่าก็ได้ ด้วยเหตุว่าอย่างน้อยมันอาจจะส่งผลให้พวกเรายังพอเพียงมีหวัง ว่าสิ่งสิ่งนั้น มันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอยู่จริง เพียงเพียงแค่พวกเราไม่เคยเจอ…