Skip to content

เรื่องเล่าสยองก่อนเข้านอนกับเราได้ที่นี้ที่เดียว Posts

หัวที่หายไป ตำนาน-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

หัวที่หายไป

หัวที่หายไป ตำนาน-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีที่ผ่านเลยมา โดยคุณสมชาย อาชีพเจ้าหน้าที่รัฐ อยู่ที่จ.ชลบุรีก็ควรจะมีการเดินทางไปกลับ ระหว่างกรุงเทพ – ชลบุรี เป็นประจำคุณสมชายใช้รถปิคอัพ แบบมีแค็ปข้างหลังของทางกรม โดยเรื่องที่เกิดขึ้น คุณสมชายเล่าอย่างตื่นเต้นว่า..

มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปงานกินเลี้ยงของทางกรม ที่จ.กรุงเทพฯ รวมทั้งเดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านที่จังหวัดชลบุรีในคืนนั้นเลย.. สารภาพนะครับว่า ดื่มไปพอเหมาะพอควร แม้กระนั้นก็ยังมีสติขับขี่รถได้สบาย.. ประมาณตี 1 กว่าๆเพียงพอไปถึงตอนศรีราชา ถนนหนทางค่อนข้างจะมืดยุคนั้น จู่ๆก็มีสายเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ รวมทั้งจังหวะที่ผมละสายตา ก้มจับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพียงแต่อึดใจเดียว ‘กึ่กรัม. กึ่กรัม. กึ่กๆๆ..’ เสียงมาจากใต้รถปิคอัพผม ราวกับไปเหยียบทับอะไรเข้า จนกระทั่งรถยนต์กระเทือนค่อนข้างจะแรง ผมตกอกตกใจมากมาย ก็เลยหยุดรถยนต์มองดูกระจกด้านหลัง ก็มองเห็นเป็นร่างคนนอนอยู่ 2 คน รวมทั้งมีรถมอเตอร์ไซค์ล้มอยู่ไกลๆ

ผมตกลงใจลงไปดู ปรากฏว่าเป็นร่างเด็กหนุ่มสาวชาย หญิงคู่หนึ่ง นอนนิ่งแน่อยู่ เลือดท่วมไปหมด โดยที่ศพเพศชายไม่มีท่อนหัว ภาพนั้นขนพองสยองเกล้า ติดตามากครับ ผมทายใจว่า อาจจะถูกชนแล้วหนี แล้วก็เมื่อกี้นี้ผมคงจะไปทับซ้ำเข้าอีก.. ผมรีบขึ้นรถขับกลับไปอยู่บ้าน และก็กลางทาง ก็ได้โทรบอกเหตุกับตำรวจไว้ด้วย

พอเพียงผมกลับมาถึงที่บ้าน เอารถยนต์เข้ามาในบ้าน ในตอนนั้นน่าจะเป็นเวลาตี 2 ได้ ไอ้ถั่ว หมาบ้านผมก็เห่าเสียงดัง บอกให้หยุดก็ไม่ยินยอมหยุด ในขณะที่ธรรมดา มันก็ไม่เคยจะเห่า แต่ว่าผมก็มิได้ฉุกคิด ขึ้นห้องน้ำนอน.. และก็คืนนั้น ผมก็นอนไม่ค่อยหลับ เพราะว่าไอ้ถั่วมันไม่เห่า แม้กระนั้นครั้งนี้มันหอนแทน เสียงดังตลอดทั้งคืนเลย จนถึงในที่สุดผมก็หลับไป.. รวมทั้งเสมือนจะครึ่งหลับ ครึ่งหนึ่งตื่น ไม่ทราบฝันหรือจริง ผมมองดูไปที่ปลายเตียง มองเห็นเป็นเงาดำๆที่เพียงพอดูสีเสื้อออก ว่าเป็นเด็กชายไม่มีหัว ที่พบกลางทาง ยืนอยู่อย่างงั้น ไม่ไปไหน ผมนี่ขนลุกวาบ รีบหลับตา แต่ว่าพอเพียงเริ่มมีสติสัมปชัญญะ ทดลองลืมตามองดูอีกที ก็ยังคงไม่ไปไหน จนกระทั่งผมได้แต่ว่าคลุมโปง สวดมนต์ไหว้พระ แล้วแล้วไม่รู้เรื่องอย่างไร มารู้ตัวอีกครั้งก็ตื่นมารุ่งอรุณแล้ว..

เช้าวันนั้น ผมจำเป็นต้องตื่น ด้วยเหตุว่าได้ยินเสียงร้องของแม่ผม ดังมาจากด้านล่างหน้าบ้าน ผมรีบลงไปดูว่ากำเนิดอะไรขึ้น.. พอลงไปก็มองเห็นแม่ผม และก็ไอ้ถั่ว ยืนดูอะไรอยู่ ที่ฝั่งซ้ายของรถปิคอัพผม เพียงพอผมไปดูแค่นั้นล่ะ.. ภาพที่มองเห็นเป็น ท่อนหัวของเด็กวันรุ่นเพศชาย เลือดเยอะไปหมด ค้างอยู่ซุ้มล้อหน้าของรถยนต์ฝั่งคนนั่ง ในภาวะเบือนหน้าออกมา บริเวณใบหน้ามีแผลเหวอะหวะ และก็ตาเหลือกตาพองขึ้นจวนเจียนเกือบจะมองไม่เห็นตาดำ ผมแล้วก็ แม่เกือบเป็นลมเป็นแล้งไปทั้งสอง จนถึงควบคุมสติได้ ผมก็เลยรีบโทรแจ้งหน่วยกู้ภัย มาดำเนินการต่อ.. หน่วยกู้ภัยประเมินว่า น่าจะเป็นจังหวะที่ ผมขับขี่รถไปทับร่างซ้ำ แล้วหัวกำเนิดกระเด็นหลุด ใกล้กับรถยนต์มาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เนื่องจากเมื่อคืนนี้หน่วยกู้ภัย หาท่อนหัวในจุดเกิดเหตุอย่างไร ก็หาไม่พบ..

ผ่านประเด็นนั้นไปพักใหญ่.. ผมก็เล่าเมื่อคืนนี้ให้แม่ผมฟัง แม่ผมก็พูดว่า เค้าคงมาตามเอาหัวเค้าคืนน่ะสิ.. ผมก็จำต้องขนลุกอีกครั้งอย่างยิ่งจริงๆ.. รวมทั้งหากคนใดกันกล้า ต้องการเห็นภาพหัวที่ติดอยู่กับล้อ พอดิบพอดีมีเจ้าหน้าที่ถ่ายไว้ รวมทั้งได้ลงหนังสือพิมพ์อยู่ด้วยครับผม ผมสแกนไว้…

ปอบหรือป่าว เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ปอบหรือป่าว

ปอบหรือป่าว เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เช้ามืดของวันที่ 14 กรกฎาคม เวลาตี 3:25 เราขับรถออกจากบ้านคนเดียว เพื่อมุ่งหน้าไปสอบ อปท. ที่อำเภอโนนไทย จังหวัด นครราชสีมา เราก็ขับผ่าน 2 อำเภอแรก กำลังจะเข้าอำเภอที่ 3 ซึ่งอำเภอนี้อยู่ติดกับเขตอำเภอคง ซึ่งเพื่อนแนะนำมาว่าเป็นเส้นทางลัด ด้วยความที่เราไม่ค่อยชินเส้นทางนี้เท่าไหร่ จึงเปิด Map เพื่อดูเส้นทาง.. เวลา 04:33 เราขับมาถึงถนนเส้นหนึ่งตามที่ Map บอกให้เลี้ยวซ้าย ซึ่งเป็นเส้นทางข้างวัด สองข้างทางมีบ้านคนอยู่ประปราย แบบห่างๆ กัน สลับกับทุ่งนาค่ะ เราก็เลี้ยวไปตาม Map บอก ขับตรงต่อไปประมาณจะ 2 กิโลแล้ว Map บอกให้เลี้ยวขวา เราเลยชะลอรถมองดูทางขวาที่จะเลี้ยว ซึ่งตอนนั้นเราก็ตกใจปนเอะใจ ว่ารถจะวิ่งไปได้เหรอ? เพราะเป็นถนนลูกรังเส้นเล็กๆ ประมาณ 2 เลน เหมือนถนนเข้าไปนาน่ะค่ะ

พวกเราเลยตกลงใจถอยรถยนต์กลับดียิ่งกว่า ดูแล้วทางเปลี่ยวเกิน บวกกับพวกเราเป็นหญิงขับขี่รถมาผู้เดียวด้วย ระหว่างที่กำลังถอยรถยนต์กลับ ไฟหน้ารถยนต์ก็สาดไปโดนสิ่งหนึ่งเข้า ทีแรกๆก็รู้สึกว่าคงจะเป็นสุนัขหรือลูกโคตัวเล็กๆที่กำลังนั่งหันข้าง ก้มหัว ขยับเขยื้อนตัวไปๆมาๆนิดๆพวกเราก็หยุดรถยนต์นั่งมองดู เพียรพยายามใช้สายตาดูให้ชัดว่าเป็นอย่างไร? เลยตกลงใจเปิดไฟสูงหน้ารถยนต์กับไฟตัดหมอกเพื่อดูให้ชัดขึ้น ดูกระทั่งมั่นใจว่าโน่นไม่ใช่สุนัข หรือลูกโค แต่ว่าเป็นคนจ้ะ อายุราวป้า หรือคุณยายนี่ล่ะ ผมยาวประบ่า แม้กระนั้นรวบแบบหละหลวมๆมองกะเซ่อซ่ากะเซิง สวมเสื้อสีดำ หรือสีกรมนี่แหละ นุ่งผ้าถุง.. เอ็งเบาๆเบือนหน้ามองดูมาที่พวกเรา แล้วก็ขยับเขยื้อนตัวยืนขึ้นช้าๆในมือของป้า หรือคุณยายคนนี้ พวกเรายังไม่มั่นใจว่าเอ็งถืออะไร บวกกับพวกเราก็สงสัยว่าเอ็งเป็นอะไรหรือไม่ ถึงมานั่งทำอะไรนี้เดี๋ยวนี้ หรือเอ็งจะเจ็บ โดนรังแกมา หรืออะไรอย่างไรกันแน่ น่าเวทนา ในหัวพวกเราก็คิดไปต่างๆนานา พวกเราเลยตกลงใจว่าจะลงไปถาม เผื่อมึงอยากได้การช่วยเหลือ

ในระหว่างที่เรากำลังเปิดประตูรถลงไป สายตาเราก็มองดูป้า หรือยายคนนี้ตลอด จนเราต้องมาหยุดชะงัก รีบกลับเข้าไปนั่งในรถ และล็อคประตูทันที! เพราะช่วงที่แกขยับหันหน้าเดินตรงมาที่เรา ลูกตาแกขาวเกือบหมด มีตาดำเป็นจุดเล็กๆ เท่านั้น ตอนนั้นคือเราตกใจมาก! รีบถอยรถกลับขึ้นถนนใหญ่ แล้วจอดมองผ่านกระจกข้างด้านซ้ายมือ เราก็เห็นแกกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาที่รถเรา ซึ่งระยะทางมันไม่ได้ไกลจากรถเราเท่าไหร่ ตอนนั้นเราตัดสินใจค่อยๆ เหยียบคันเร่งขับออกไป ตาก็มองผ่านกระจกมองหลัง สลับกับกระจกมองข้างว่าแกวิ่งตามมาไหม ภาพที่เห็นทำเราแทบช็อคค่ะ! สรุปว่าแกวิ่งตามมาค่ะ วิ่งเร็วด้วย! เราแน่ใจว่าแกไม่ใช่คนแล้วล่ะ เรารีบเหยียบรถแบบมิดเลยค่ะ

ขับมาจนถึงสถานีตำรวจ เราไปจอดรถตรงที่ที่สว่างที่สุด จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาถามว่าเป็นอะไรไหม? เราเลยถามตำรวจว่า ‘มีใครวิ่งตามรถเรามาไหม?’ ตำรวจบอกไม่มี เราจึงค่อยสบายใจขึ้นมานิดนึง.. พอพักจนเริ่มโอเคขึ้น เราก็ขับรถต่อจนมาถึงโรงเรียนที่เป็นสนามสอบ อปท. วันนั้นทั้งวันใจเราไม่อยู่กับข้อสอบเลย จนสอบเสร็จก็เกือบเย็น ซึ่งตอนกลับเราก็ต้องผ่านเส้นนี้อีก ถ้าไปถึงจุดนั้นก็คงค่ำพอดี เราเลยตัดสินใจวิ่งเข้าอำเภอคง แล้วไปออกถนนมิตรภาพแทน ซึ่งมันอาจจะไกลกว่า แต่เราคิดว่ายังไงรถก็เยอะ คนเยอะคงปลอดภัยกว่าเส้นเดิมแน่ๆ จนกลับถึงบ้านเกือบ 1 ทุ่ม เราเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง ก่อนที่แม่จะให้เราเข้าบ้าน แม่เอาฝ้ายจากหลวงพ่อมาผูกให้เรา และให้เราล้างเท้าก่อนเข้าตัวบ้าน เหตุผลคือ แม่กลัวว่าป้า หรือยายคนนั้นจะติดตามมาด้วย เรื่องที่เราเจอมาก็ประมาณนี้ค่ะ อาจเขียนเล่าได้ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แต่ภาพป้า หรือยายคนนั้นวิ่งไล่รถยังจำได้ติดตามาจนถึงตอนนี้

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online…

ทางผีผ่าน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ทางผีผ่าน

ทางผีผ่าน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณวารี เกิดขึ้นสมัยเป็นนักศึกษาปี 4 ที่ต้องมีงานกลุ่ม ออกเดินทางไปถ่ายทำ Music Video ที่ต่างจังหวัดอะไร โดยที่กลุ่มของคุณวารี เลือกที่จะไปถ่ายทำกันที่วัดป่าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดราชบุรี..

คุณวารี่เล่าว่า.. เรา และเพื่อนอีก 3 คน ออกเดินทางกันตอนหลังเลิกเรียน วันนั้นเลิก 5 โมงเย็น และทานอาหารเย็นเสร็จอีก กว่าจะได้ออกจริงๆ ก็ทุ่มกว่า ไปกันด้วยรถของบี เพื่อนกระเทยคนหนึ่งในกลุ่ม ซึ่งเป็นคนขับ และเรานั่งหน้า ส่วนเพื่อนอีก 2 คนนั่งหลัง.. ระหว่างทาง ก็แวะหาของกินไปตลอดทาง ไม่ได้รีบอะไร ที่ไปนี่ก็ไม่ได้แม่นเส้นทางกันกันเท่าไหร่ กะว่าก็จะไปถามคนแถวนั้นเอา

เราไปราชบุรีก็ประมาณ 3 ทุ่มกว่า จนถึงซอยเล็กๆ ที่มีบอกทางไปวัดที่เป็นจุดหมายของเรา ก็ขับเข้าไปเรื่อยๆ แต่เราก็รู้สึกว่ามันไกลมาก และก็มืดมากๆ 2 ข้างทางมีแต่ทุ่ง กับป่าสลับกัน จนสุดท้ายก็ไปถึงร้านขายของชำเล็กๆ พวกเราเลยจอดรถถามทาง พอดีว่ามีลุงแก่ๆ คนหนึ่งกำลังปิดร้านอยู่ บี เลยถามว่า ‘วัดไปทางไหน อีกไกลมั้ยคะ?’ ลุงแกก็เดิมมาใกล้ๆ ด้วยสีหน้าแปลกๆ และบอกว่า ‘จะไปวัดหรอ? ตรงไปเรื่อยๆ อีกพักนึง แล้วจะมีทางแยก แต่ไม่ว่าจะเจออะไร ก็ให้เลี้ยวทางขวาเท่านั้น’ พวกเราก็งงๆ และก็ออกเดินทางต่อ..

พอขับมาสักพักใหญ่ๆ ซึ่งก็ไกลพอสมควร ก็มาเจอทางแยก แต่ว่าทางด้านซ้าย มีป้ายเขียนว่าไปวัด พวกเราที่คุยกันมาตลอดทางจนลืม ก็เลยถามกันว่า ตะกี้ลุงแกบอกว่าให้เลี้ยวทางไหนนะ? บีตอบว่า ป้ายมันชี้ว่าทางซ้ายไปวัด ก็ขับตามป้ายไปก่อนดีกว่า และก็ขับมุ่งหน้าไปทางซ้าย..

พอขับเข้ามาทางนี้ เส้นทางค่อนข้างแคบมาก และข้างทางด้านซ้ายเป็นบึง ทางขวาเป็นป่า เข้ามาค่อนข้างไกลมาก ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีบ้านคน หรือวัดเลย.. เราก็เริ่มง่วงนอน เลยว่าจะนอน โดยหันหน้าออกไปทางกระจก.. จู่ๆ เราก็เหลือบเห็นผู้หญิงใส่ชุดดำ เดินก้มหน้าอยู่ เราก็คิดในใจว่าว่าจะให้บีจอดถามทาง แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะเข้าใจว่า ผู้หญิงคนนี้อาจจะมางานศพ คงใกล้จะถึงวัดแล้วแน่ๆ.. สักพัก เพื่อน 2 คน ท้ายรถก็ร้องกรี๊ดขึ้นมาลั่นเลย เราก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เพื่อน 2 คน ก็บอกแค่ว่า ถ้าเจออะไรมาขวางทางหน้ารถ ให้ขับผ่านไปเลยนะ จนสักพัก เราก็หันหน้าไปที่กระจก ก็เห็นผู้หญิงใส่ชุดดำอีก แต่ครั้งนี้ เธอหันหน้ามองมาที่เราตลอดเวลา จนรถผ่านไป.. ตอนนั้นเราใจไม่ดีเลย แต่ก็ไม่กล้าบอกบี เพราะกลัวว่าจะเสียสมาธิขับรถ ซึ่งตั้งแต่เข้ามาทางนี้ บียังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ..

จนสุดท้ายพวกเราก็เห็นพระรูปหนึ่ง ยืนกวักมือเรียก ชี้ให้เลี้ยวมาจอด.. พอเราลงจากรถกัน พระท่านบอกให้ไปที่โบสถ์ทันที และก็ถามพวกเราว่า เห็นอะไรมากันบ้างล่ะ? เราก็เล่าสิ่งที่เราเห็นให้ฟัง และก็ได้รู้ว่าเพื่อนๆ เราเจอยิ่งกว่าเราทั้งนั้นเลย.. เพื่อน 2 คนที่นั่งหลังบอกว่า ตอนที่กรี๊ด นั่นเพราะหันไปที่กระจกหลัง แล้วเห็นเด็ก 2 คนเกาะกระจกหลังอยู่ ใบหน้ามีแต่เลือด.. ส่วนบีคนขับ บอกว่าไม่รู้สึกตัว ตั้งแต่ที่เห็นชายแก่นั่งจ้องหน้า อยู่ที่หน้ารถมาตลอดทาง ยังงงตัวเอง ว่าขับมาถึงได้ยังไง..

พระท่านเลยบอกว่า ‘พวกเราโชคดีมาก ปกติใครที่ขับรถผ่านเส้นทางนี้มาเวลานี้ อาตมาต้องให้ไปรับศพแทบทุกราย เพราะเส้นทางนั้น เป็นทางผีผ่าน เป็นทางที่วิญญาณที่ทำชั่วจะไปลงนรก ถ้ามีมนุษย์ผ่านมา พวกวิญญาณก็จะติดตามไป เพื่อกลับไปสู่โลก’ พวกเรานี่ขนลุกกันหมดเลย.. คืนนั้นเรานอนกันบนรถ เพราะอีกไม่นานก็เช้าแล้ว

พอรุ่งเช้า พวกเราก็ไหว้พระ ทำบุญกัน และถามหาพระรูปที่คุยกับพวกเราเมื่อคืน แต่พระรูปอื่นต่างบอกว่า ไม่เคยรู้จักพระรูปนั้นเลย และที่วัดนี้มีพระอยู่เพียง 7 รูปเท่านั้นเอง..

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online…

ตำนาน-เรื่องหลอน ผีกระหัง

Posted in Uncategorized

ผีกระหัง

ตำนาน-เรื่องหลอน ผีกระหัง

กระหัง หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า กระหาง เป็นผีตามความเชื่อถือของคนประเทศไทย เป็นผีผู้ชาย คู่กับ กระสือ  ซึ่งเป็นหญิง เช้าใจกันว่าคนที่เป็นกระหังนั้น จะเป็นคนที่เล่นไสยเวท เมื่อเวทมนตร์คาถาเก่งไม่อาจควบคุมได้ก็จะเข้าตัว เปลี่ยนเป็นกระหังไป

กระหัง จะบินได้ในกลางคืน จะใช้กระด้งฝัดข้าวชิดกับแขนแทนปีก รวมทั้งใช้สากตําข้าวหรือสากกระเบือผูกใกล้กับขา แทนหาง หรือขา ออกหากินของสกปรก เหมือนกับ กระสือ หรือผีโพง

ในกลางปี พุทธศักราช 2555 ที่หมู่บ้านลาดบัวขาว อำเภอสีขนคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มีความแตกตื่นของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ตรงนั้น กว่า 2 เดือน เมื่อช่วงเวลากลางคืน หญิงสาวผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยขณะหลับ ได้ถูกเงาที่มองดูไม่ชัดเจนของชายลึกลับลูบราวกับล่วงเกิน เมื่อรู้ตัวหรือตื่นมาแล้ว จะหลบซ่อนไปด้วยความรวดเร็วไม่ถูกมนุษย์ปกติ ซึ่งร่ำลือกันว่าเป็นกระหัง แต่ว่าเมื่อตำรวจจับได้ ก็ปรากฏว่าเป็นชายที่ติดยาจนถึงทำให้มีภาวะจิตไม่ปกติเพียงเท่านั้น…

ผีคนไข้ชุดแดง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผีคนไข้ชุดแดง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีคนไข้ชุดแดง

เรื่องนี้ได้ฟังมาจาก The Ghost Radio ทางแอพ JOOX เป็นเรื่องของคุณแหม่ม ซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คุณแหม่มเล่าว่า.. เราชอบขึ้นเวรกลางคืนเพราะมันไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนตอนกลางวัน เวรกลางคืนจะมีพยาบาล กับ ผู้ช่วยพยาบาล โดยจะมีช่วงพักเบรคสลับกันช่วงเวลา ตี 1 ถึงตี 3 กับ ตี 3 ถึงตี 5 ของทุกวัน (ถ้าไม่มีเคสหนักๆ)

คืนหนึ่งเราก็เข้าเวรตามปกติ วันนี้ได้พักเบรคแรก พอตี 3 ก็ตื่นมานั่งที่เคาเตอร์พยาบาล แต่เรายังรู้สึกง่วงอยู่จึงฟุบลงกับเคาเตอร์ สักพักก็หลับไป.. ในฝันคือได้ยินเหมือนมีคนไข้กดออดเรียกขอความช่วยเหลือ ที่เคาเตอร์พยาบาลจะมีแผงไฟที่บอกว่าห้องไหนกดเรียก พอเดินออกไปที่ห้องดังกล่าว ก็เห็นคนไข้ผู้หญิงยืนหันหลังอยู่ที่หน้าห้อง เราเลยแปลกใจ ถามออกไปว่า ‘มีอะไรให้ช่วยไหมคะ.. ทำไมมายืนตรงนี้?’ จากนั้นคนไข้ก็ค่อยๆ หันมา แล้วก็กระโดดเข้ามาใส่เรา! จนเราตกใจตื่นขึ้น

พอตื่นขึ้นมา ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดสีแดงยืนอยู่นอกเคาเตอร์พยาบาล เราจึงเปิดกระจกถามว่า ‘มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?’ ผู้หญิงคนนั้นพูดว่า ‘ช่วยทำบุญให้หน่อยค่ะ..’ พร้อมกับบอกชื่อ-นามสกุลของเธอมา เราไม่ค่อยแน่ใจ จึงถามกลับไปอีกว่า ‘..ให้ทำอะไรนะคะ?’ ผู้หญิงคนนั้นก็พูดว่า ‘ช่วยทำบุญให้หน่อยค่ะ..’ พร้อมกับบอกชื่อ-นามสกุลของเธอ พูดเสร็จเธอก็เดินกลับไปที่ห้องคนไข้ เราเลยรีบวิ่งออกจากเคาเตอร์พยาบาลไปดู แต่ก็ไม่ทันเห็นว่าเธอเข้าไปห้องไหน ก็เลยเดินกลับมาที่เคาเตอร์พยาบาลด้วยความงงๆ มองนาฬิกาเป็นเวลาตี 3 ครึ่งแล้ว แต่ก็คิดว่าอาจจะเป็นญาติคนไข้มาแกล้งก็เป็นได้

จนกระทั่งตี 5 ครึ่ง ได้เวลาไปวัดไข้ และเช็ดตัวคนไข้ตามห้องต่างๆ เราก็สังเกตไปด้วยว่า มีญาติคนไข้คนเมื่อวานหรือเปล่า แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครหน้าตาแบบนั้น หรือสวมชุดสีแดงแบบนั้นเลย.. ด้วยความสงสัย และก็จำชื่อ-นามสกุลที่ผู้หญิงคนนั้นบอกได้ เราเลยโทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ให้ช่วยเช็คให้ทีว่ามีคนไข้ชื่อนี้นามสกุลนี้ เคยมารักษาที่นี่หรือเปล่า? จากนั้นเราก็กลับไปทำงานต่อ.. สักพักเจ้าหน้าที่ที่เช็คข้อมูลให้ก็โทรกลับมา บอกว่าชื่อที่ให้เช็ค เป็นคนไข้ที่เคยมารักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตไปแล้วที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อคืนเป็นวันที่คนไข้คนนี้เสียชีวิตครบรอบ 1 ปีพอดี พอเราได้ยินแบบนั้นขนนี่ลุกวาบ ขานี่สั่นเลยค่ะ

จากนั้นเรื่องนี้ก็กลายเป็น talk of the town ของโรงพยาบาลเลย ดังไปถึงระดับผู้บริหารของโรงพยาบาล จนต้องมีการทำบุญใหญ่ และมีพระมาพรมน้ำมนต์ให้เราด้วยค่ะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online

 …

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สิ่งที่เหลืออยู่จากสึนามิ

Posted in Uncategorized

สิ่งที่เหลืออยู่จากสึนามิ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สิ่งที่เหลืออยู่จากสึนามิ

เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณผึ้ง ขณะเขียนไปนี้ยังขนลุกอยู่เลย ใช้วิจารณญาณกันเองนะคะ.. คือเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน ผึ้งไปสัมนาที่ภูเก็ต 4 วัน ไปกับหัวหน้า และภรรยาหัวหน้า โดยพักที่โรงแรมแถว หาดป่าตอง ซึ่งก็ดูสวย และใหม่ดี เราแบ่งกันเป็น 2 ห้อง โดยผึ้งนอนคนเดียว.. เช้าวันที่ 2 ตอนทานอาหารเช้ากัน หัวหน้ามาเล่าให้ฟัง ว่าเมื่อคืนเค้าฝันว่า ผึ้งเดินร้องไห้ไปเคาะห้องเค้า กับภรรยา บอกว่าขอนอนด้วย โดยที่มีฝรั่ง 2 คนตามมาด้วย.. ผึ้งฟังแล้วตลกดี แต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะก็นอนหลับสบายดี ไม่มีอะไร.. จริงๆ ผึ้งเป็นคริสเตียน และไม่เชื่อเรื่องผี เรื่องวิญญาณเท่าไหร่

ทางเดินออกจากห้องผึ้ง จะเป็นทางเดินยาวๆ และทุกครั้งที่เดินออกจากห้อง ผึ้งจะเดินสวนกับเด็กฝรั่งคนนึง อายุประมาณ 13-14 ปี ผมแดง ตาสีฟ้า หน้าตาใสๆ หล่อเชียว ใส่เสื้อกับ กางเกงสีดำ ดูอายๆ เดินเอาตัว

เบียดทางเดินตลอดเลย.. ผึ้งก็เริ่มคิดว่า เจอเด็กคนนี้บ่อยไปรึเปล่านะ ทำไมต้องเดินสวนตรงทางเดินทุกที และทำไมเค้าไม่เคยเปลี่ยนเสื้อเลย ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นลูกของฝรั่งสักคน ที่เค้ามาสัมนากับเรา เพราะถ้าใช่ ก็เป็นไปได้ ที่เราจะเจอกันบ่อย เพราะเราต้องกินข้าวพร้อมกัน ขึ้นรถคันเดียวกัน จนกระทั่งวันที่ 4 ผึ้งลงมาที่ล็อบบี้ ขาลงมาก็สวนกันอีกแล้ว พอขึ้นไปเอาของที่ห้อง แล้วเดินลงมาใหม่ ก็เจออีก.. มันบ่อยไปแล้วมั้ง ผึ้งเลยเริ่มเช็คฝรั่งในกรุ๊ปสัมนา ว่ามีใครเอาลูกมา และกี่คน เดินดูหน้าทีละคน ก็ไม่เจอเด็กคนนี้เลย ถามคนที่อยู่ห้องโซนเดียวกัน ก็ไม่มีใครเคยเห็น..

ผึ้งอยู่ห้องเดิมหลายวัน ก็จะมีแม่บ้านมาทำห้องให้ทุกวัน โดยเค้าจะมาช่วงสายๆ ตอนที่แขกไม่อยู่ห้อง.. ช่วงบ่ายๆ ผึ้งกลับมา ห้องก็เรียบร้อย และห้องพักผึ้งติดสระว่ายน้ำค่ะ คือลงสระจากระเบียงหน้าห้องได้เลย

บ่ายๆ กลับมาถึง ผึ้งก้อเปลี่ยนชุดว่ายน้ำ เล่นน้ำเกือบทุกวัน ผ้าเช็ดตัวก็ใช้แล้ววางเกลื่อน นอกห้องมั่ง ในห้องมั่ง พาดเก้าอี้ ตามประสาคนไม่เรียบร้อยค่ะ แต่พอตอนเย็นออกไปกินข้าว กลับมาผ้าเช็ดตัวจะพับขอบ พาดไว้อย่างดีทุกครั้งเลย เนี๊ยบมากๆ ทั้ง 4 ผืน ผึ้งก็งงว่า ทำไมเค้าเข้ามาทำห้อง วันนึงหลายรอบจัง เลยไปถามทางโรงแรม พนักงานบอกว่า แม่บ้านทำแค่ครั้งเดียว คือช่วงสาย.. ชักไม่ดีซะแล้ว ถึงขนาดที่ว่าผึ้งเพิ่ง

อาบนำเสร็จ ผ้าเช็ดตัวพาดกับเก้าอี้ เดินออกไปห้องหัวหน้าแป๊ปเดียว กลับมา ผ้ามันกลับถูกแขวนไว้ อย่างสวยงามในห้องน้ำอีกแล้ว! ผึ้งค่อนข้างแน่ใจละว่าคืออะไร.. ผึ้งกลัวมากตอนนั้น เลยไปห้องหัวหน้า เล่าให้

ภรรยาหัวหน้าฟัง ภรรยาหัวหน้าก็กลัว เลยให้ผึ้งนั่งอยู่ห้องเค้า.. พอหัวหน้าผึ้งกลับมา ผึ้งก็เล่าให้เค้าฟัง และบอกให้ช่วยไปดูห้องผึ้งหน่อย ผึ้งว่ามันแปลกๆ

หัวหน้าเค้าก็เข้าไป ดูรวมๆ ก็ไม่มีอะไร พอจะเดินออกแล้ว หันไปทางห้องน้ำ สิ่งที่เห็นคือ เด็กผู้ชายฝรั่ง เสื้อดำ ผมแดง กำลังยืนจับผ้าเช็ดตัวอยู่ในห้องน้ำผึ้ง และเด็กคนนั้นก็หันมามองหัวหน้า สบตากัน ก่อนที่หัวหน้าจะวิ่งกลับมาที่ห้อง เค้าบอกว่า ตอนวิ่งก็หันหลังกลับไปดู เด็กคนนั้นก็เดินตามมาด้วย.. สุดท้ายเรา 3 คนเลยไปหาผู้จัดการโรงแรม เพื่อขอดู CCTV ภาพที่เห็นคือ หัวหน้าวิ่ง หันหลังมา แล้ววิ่งต่อ แต่ไม่มีเด็กคนนั้น ผึ้งขอย้อนกลับไป จนถึงช่วงบ่ายๆ ที่ผึ้งเจอเด็กคนนั้นที่ทางเดิน แต่กลับเห็นแค่ผึ้ง เดินผ่านทางเดินคนเดียวทุกครั้ง ไม่เคยเดินสวนกับเด็กคนนี้เลย..

คืนสุดท้าย ผึ้งยังคงนอนห้องเดิม ก็เกรงใจหัวหน้าด้วย เพราะเค้ามากับภรรยา ถึงเค้าจะบอกให้เราไปนอนได้ก็ตาม ผึ้งก็ไม่กล้าไปค่ะ สุดท้ายก็พยายามนอนต่อไป แต่มันจะอึดอัดมาก แค่ไปแปรงฟัน กลับเข้ามา ผ้าก็ถูกย้ายอีกแล้ว.. เครียดจนร้องไห้ สุดท้ายคืนนั้น ก็เดินร้องไห้ไปขอนอนห้องหัวหน้า.. จริงๆ ลืมเรื่องที่เค้าฝันคืนแรกไปแล้ว และหัวหน้ามาบอกก่อนขึ้นเครื่องกลับมา ว่าผึ้งใส่เสื้อกับกางเกง เหมือนที่เค้าฝันคืนแรกเป๊ะเลย

พอกลับมาถึงกรุงเทพฯ ผึ้งก็ได้หาข้อมูลของโรงแรมนี้ในอินเตอร์เน็ต พบว่า โรงแรมนี้เคยมีแขกชาวต่างชาติ เสียชีวิตหลายคน จากเหตุการณ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2547.. ผึ้งก็ได้แต่ขนลุกเพราะเป็นครั้งแรก ที่เคยเจอเรื่องแบบนี้ในชีวิตค่ะ

~ RIP แด่ผู้เสียชีวิตทั้งหมด ในเหตุการณ์ สึนามิ ที่ภาคใต้ ~

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online

 …

คิดจะลองดี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

คิดจะลองดี

คิดจะลองดี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เป็นเรื่องของต้น นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถบชานเมือง ต้นอาศัยอยู่หอใกล้กับมหาวิทยาลัย คงเพราะเป็นช่วงวัยรุ่นรักสนุก กลางคืนก็จะจับกลุ่ม ขับรถออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เป็นประจำ..

ต้นเล่าว่า.. คืนหนึ่งหลังจากเที่ยวกลางคืน ก็เมากันพอสมควร วันนั้นไปกันสี่คน มีผม หน่อง ตี่ กับแพรแฟนของตี่ ผมก็เสนอไอเดียขับรถไปสำรวจบ้านร้างกันต่อ เพราะจะมีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่ เป็นบ้านร้างที่ค่อนข้างมีคนพูดถึงเยอะ และพวกผมก็เคยขับรถผ่านกันอยู่บ่อยๆ ทุกคนก็เห็นดีเห็นงาม ผมก็เลยขับรถไปกัน

พอไปถึงบ้านหลังนั้น ก็จอดรถลงกันมา ไม่ได้ดับเครื่อง.. ด้วยความที่ตอนนั้นเวลาก็ ตี 2 ครึ่งได้แล้ว กับบรรยากาศที่เย็น และเงียบกริบ มืดสนิท มีเพียงแสงจากไฟหน้ารถ และไฟฉาย 2 กระบอกที่เตรียมมา ทุกคนก็ดูไม่คึกเหมือนตอนอยู่ในรถ แพรเริ่มใจคอไม่ดี เลยพูดขึ้นว่า จะดีหรอวะ กลับกันเถอะ.. ผมเลยบอกว่าไหนๆ ก็มาแล้ว ลองเข้าไปในบ้านนิดเดียวก็ยังดี.. จากนั้นผม กับหน่องก็เดินผ่านทางเดิน ที่เต็มไปด้วยหญ้าคา เข้าไปที่ประตูบ้านด้านใน โดยที่ตี่ กับแพร ก็เดินตามมาห่างๆ

ผมบิดลูกบิดประตู แต่เปิดไม่ได้เพราะมันล็อคอยู่ จากนั้นหน่องก็เดินอ้อมไปข้างตัวบ้าน เห็นมีกระจกหน้าต่างแตกอยู่ จึงส่องไฟฉายมองเข้าไปในบ้าน ตอนนั้นที่ผมเห็นคือหน่องวิ่งหน้าตื่นกลับไปที่รถทันที ผมเลยอยากรู้ว่ามันไปเจออะไรเข้า จึงได้เดินไปดูที่หน้าต่างบานนั้น เมื่อส่องไฟมองเข้าไป สิ่งที่ผมเห็นคือ ผู้หญิงในชุดคลุมท้องสีขาว ผมยาวรุงรัง ยืนอยู่ตรงสุดห้อง ขณะที่ผมพยายามตั้งสติ มองอย่างละเอียดว่าไม่ได้ตาฝาด หน้าผู้หญิงคนนั้นก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าต่างข้างหน้าผมแล้ว ผมร้องลั่น และวิ่งไปที่รถอย่างไม่คิดชีวิต ตี่ กับแพรก็ตกใจ วิ่งตามผมมาทันที

พอขึ้นรถผมออกตัวทันที แต่รถก็ไปได้ไม่ไกลก็ต้องติดขัดหยุดลง เหมือนติดอะไรที่ช่วงล่าง พวกผมรีบลงมาดู ปรากฏว่าที่ล้อรถมีเส้นผมยาวเป็นก้อนพันล้อเต็มไปหมด พวกผมก็ต้องรีบดึงมันออกมา และก็ขึ้นรถไปต่อ.. เมื่อมาถึงใกล้ๆ ทางออกจากซอย พวกผมทุกคนเห็นเหมือนกัน คือผู้หญิงผมยาวยืนหันข้าง อยู่กลางถนน และค่อยๆ หันหน้ามาทางเรา ตอนนั้น ผมตัดสินใจขับตรงผ่านร่างของเธอไปเลย โดยไม่เลี้ยวหลบ

วันรุ่งขึ้นตอนเช้า พวกผมไปทำบุญที่วัดทันที และเราก็มาคุยกันถึงสิ่งที่เห็น.. แพรเล่าว่า ตอนที่จอดรถหน้าบ้าน ก่อนลงจากรถ แพรเห็นเป็นเงาผู้หญิงอยู่ที่หน้าต่างชั้น 2 แต่พอลงจากรถ มองไปก็ไม่เห็นแล้ว.. และตอนที่ ขับรถผ่านผู้หญิงคนนั้น แพรเห็นชัดเลยว่า เป็นเงาของเธอผ่านเข้ามาในรถ และผ่านไป.. ตอนที่ได้ยินนั้นทุกคนต่างก็ขนลุกกันใหญ่

ขอขอบคุณแหล่งที่มา The SHOCK FM…

ผีลานจอดรถ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผีลานจอดรถ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีลานจอดรถ 

ประเด็นนี้คือเรื่องของคุณกวี เป็นนิสิตแผนกนิเทศ เอกภาพยนตร์ ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง และก็ในตอนปีท้ายที่สุด ก็จะมีงาน ที่จะจะต้องออกกอง ไปถ่ายทำนอกสถานที่เสมอๆสำหรับคราวนี้ เป็นการสร้างภาพยนตร์สั้น 10 นาที โดยคุณบทกลอน จะรับหน้าที่เป็น นักเขียนบท แล้วก็เป็นดาราด้วย

คุณกวีเล่าไว้ว่า.. วันนั้นผม โอมเพื่อนฝูงผม แล้วก็พี่คณะทำงาน ขับขี่รถไป 2 คัน สถานที่ที่ชูกองกันไป จะเป็นอาคารที่ทำงานที่ทำการ รอบนอกจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผมได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่มาล่วงหน้าแล้ว เพียงพอมาถึง ผมก็แจ้ง รปภ. ที่ป้อม และก็นำรถยนต์ขึ้นไปหยุดกันอยู่ที่ชั้น 6.. ก็ถ่ายทำกันตั้งแต่ตอนเวลาสาย ไปจนกระทั่งราวๆ 5 ทุ่มกว่า ก็จะมาถึงฉากในที่สุด ที่ผมจำเป็นจะต้องเล่นกับ โอม ที่เป็นดาราชายอีกคน โดยบทของผมในส่วนนี้เป็น จำเป็นต้องประคองเพื่อนฝูงที่เมาขึ้นรถ และก็บอกว่า “วิทยา สักครู่ข้าจะพามึงกลับบ้านเอง” รวมทั้งขึ้นรถขับไป เป็นอันจบ

เมื่อถ่ายทำจนเสร็จเรียบร้อย ประมาณเที่ยงคืน พวกผมก็เก็บของขึ้นรถ โดยที่คันผมขับลงไปก่อน และอีกคันของพี่ทีมงาน ขับตามลงมา.. ระหว่างที่ขับวนรถลงมาจากชั้น 6 เรื่อยๆ ผมก็ไปเห็น รปภ. คนหนึ่งที่ยืนพิงอยู่ที่เสาต้นหนึ่ง และมองตามรถของเรา ผมวนรถลงมาจนถึงชั้นล่างอย่างเร็วมากๆ และมาจอดอยู่ที่ริมถนนหน้าตึกทันที ผมหันไปมองโอมที่นั่งข้างๆ เห็นโอมนั่งตาค้างหน้าซีด ผมเลยถามว่า ‘เมื่อกี้มึงเห็นเหมือนกูรึเปล่า?’ และเมื่อโอมพูดมา ผมก็มั่นใจทันที เพราะสิ่งที่ผม กับโอมเห็นเหมือนกัน คือ รปภ. คนเดิมยืนที่เสาตำแหน่งเดิมในทุกๆ ชั้นที่ผมวนรถลงมา.. ตอนนั้นเอง รถของพี่ทีมงานอีกคันที่ตามมา ก็ขับมาข้างๆ มองมาที่รถผม แล้วจู่ๆ ก็รีบเร่งเครื่อง ขับผ่านรถผมไปอย่างเร็ว..

ผ่านไปวันรุ่งขึ้น ผมได้คุยโทรศัพท์กับทีมงานที่ไปด้วยกัน ผมเล่าเรื่องที่ผมเจอเมื่อคืนให้ฟัง แต่กลับได้ฟังเรื่องที่น่ากลัวมากกว่า จากทางพี่ทีมงาน.. พี่เค้าบอกว่า ตอนขับรถตามลงไป ที่ไปจอดข้างๆ พี่เค้าเห็นที่เบาะหลังของรถผม มีผู้ชายผิวคล้ำ ที่ใบหน้ามีแต่เลือด นั่งอยู่ด้วย.. ตอนนั้นผมนี่ขนลุกทันทีเลย

จนสุดท้าย ผมมีโอกาสได้ผ่านไปตึกนั้นอีก ก็ได้ไปลองถาม รปภ. ที่ป้อมข้างล่างตึก ก็มารู้ว่าที่ตึกจอดรถที่นี่เคยมี รปภ. คนนึงยิงตัวตาย เห็นว่าชื่อดำ ชื่อจริงชื่อ วิทยา..…

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน มอไซด์ผีหัวขาด

Posted in Uncategorized

มอไซด์ผีหัวขาด

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน มอไซด์ผีหัวขาด

เกิดขึ้นที่เกาะสมุย โดยคุณดุ๊กดิ๊กเล่าให้ฟังว่า.. ทุกๆ ปี ผมจะไปเยี่ยมแม่ ที่ เกาะสมุย แม่ผมมีอาชีพค้าขาย อยู่บนเกาะสมุยครับ ผมไปครั้งนึงก็อยู่ประมาณ 3-4 วัน นั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ตอนมืด เพื่อที่จะไปถึงท่าเรือเช้าครับ พอผมไปถึงเกาะแล้ว ก็กะว่าจะนอนพักที่บ้านแม่สักพักนึง แต่กลับนอนยาวมาถึงเย็นเลย ผมก็ออกมาช่วยแม่ขายของช่วงเย็นพอดี

พอช่วยแม่ขายของเสร็จ เก็บร้านกันเกือบๆ 5 ทุ่มแล้วครับ.. ผมบอกแม่ว่า จะเข้าไปในเมือง ไปเล่นเกมหน่อย แต่ที่ที่ผมอยู่ มันไกลจากตัวเมืองพอสมควร แม่ผมได้ยินทีแรกก็ห้ามครับ บอกว่าช่วงกลางคืน บนเกาะอันตรายมากอย่าไปเลย แต่ด้วยความที่ผมติดเกม ยังไงก็จะไปให้ได้ สุดท้ายก็ดื้อออกไปจนได้.. ระยะทางจากบ้านผม เข้าเมือง ประมาณ 25 กิโลครับ เพราะผ่านหลายตำบลบนเกาะ ผมยืมรถมอเตอไซค์น้าไป

ออกจากบ้านประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ก็ขี่ไปปกติ มองรอบๆ นี่เป็นป่าหมดเลยครับ ขึ้นเขาลงเขาเป็นช่วงๆ ไฟถนนมีบ้าง ไม่มีบ้าง บ้านคนตามถนนข้างทาง ห่างกันเยอะมาก กว่าจะเจอแต่ละหลังก็หลายกิโลอยู่.. จนมาถึง

ร้านเกม ได้เล่นสมใจอยาก ยาวไปจนถึงตี 3 เจ้าของร้าน ก็มาบอกว่าจะปิดแล้วนะ ทีแรกผมนึกว่าเปิด 24 ช.ม. เหมือนกรุงเทพฯ ตอนก่อนกลับ มีมาทักผมด้วยนะครับว่า ‘กลับเวลานี้ ก็ระวังด้วยล่ะ’ เค้าคงรู้ว่าผมไม่ใช่คนแถวนี้ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร

ขากลับ ผมก็ขี่กลับทางเดิมตามปกติ ดึกๆ นี่อากาศเย็นมากครับ จนมาเข้าเขตที่เป็นป่าเยอะๆ ตอนนี้ทั้งบ้านคน ไฟถนนดับหมดเลยครับ มืดสนิท มีแต่แสงไฟจากรถมอเตอไซค์ผม.. พอมืดแบบนี้ ใจมันก็หวิวๆ ละครับ.. ผมเห็นถนนมันโล่ง ก็อัดเลย 100 กว่าได้.. พอมาถึงช่วงเนินเขา ผมได้ยินเสียงมอเตอไซค์ครับ เป็นเสียงมอเตอไซค์เก่าๆ ที่ท่อดังแตกๆ มาจากด้านหลัง ผมก็รู้สึกโล่ง มีเพื่อนร่วมทาง ทีนี้ไอ้เสียงมอเตอไซค์คันที่ว่า มันดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะตามมาใกล้ๆ ผมก็ลองหันหลังกลับไปดู แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ มันไม่มีอะไรตามผมมาเลย แต่ยังคงได้ยินเสียงดังไล่ตามมาติดๆ ใกล้ๆ เลยครับ ตอนนั้นผมบิดหนีสุดชีวิตเลยครับ.. แล้วจู่ๆ เสียงก้อหายไป ผมก็ลดความเร็วลง หัวใจนี้เต้นรัวเลย

ผมขี่ต่อไป แต่ยังไม่พ้นเขตป่า สักพักมีแสงไฟมาจากด้านหลัง เป็นมอเตอไซค์วิ่งมาอย่างเร็วครับ และก็เร่งมาอยู่ข้างๆ.. ผมเหลือบหันไปมอง เจอมอเตอไซค์คันใหญ่ ที่คนขี่ไม่มีหัว.. ผมตกใจมาก และพอหันหน้ากลับมาอีกที ก็เป็นทางโค้งที่มีป้ายบอกทาง ผมเบรคไม่ทัน เท่านั้นล่ะ ชนป้ายบอกทาง คว่ำไปอยู่ข้างทางเลย ตอนนั้นแขนซ้ายผมถลอกหมด แต่ด้วยความที่ผมกลัวมาก รีบพยุงมอเตอไซค์ขึ้น แล้วรีบสตาร์ทเครื่อง บิดหนีเลยครับ ผมนี่สั่นไปหมด.. พอมาถึงบ้าน รีบเรียกแม่ให้เปิดประตูด่วนเลย แม่ผมเปิดประตูมา ก็ตกใจ ทำไมแผลเต็มแขน ผมไม่พูดอะไรรีบขึ้นนอนทันที

หลังจากเรื่องคืนนั้น เพื่อนแม่ที่ขายของในตลาดบอกว่า ถือว่าดวงยังไม่ถึงคาดนะเนี่ย ช่วงตี 3 บนเกาะนี้ ไม่มีใครออกไปตามถนนหรอก เพราะถนนเส้นรอบเกาะนี้ มีนักท่องเที่ยวซิ่งแหกโค้งตายกันไม่รู้เท่าไหร่ และส่วนมากศพก็จะหัวขาดด้วยสิ ไม่รู้ทำไม.. และอีกความเชื่อหนึ่ง ที่ได้ยินมาของเกาะนี้ คือจะมีพวกเล่นไสยเวทย์ ปล่อยของออกมาวิ่งเล่นกันตอนกลางคืนดึกๆ.. ผมนี่เข็ดเลยครับ หลังจากนั้น ทุกครั้งที่ไปหาแม่ที่เกาะ ผมก็ไม่ออกไปเล่นเกมดึกๆ อีกเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา thehouse…

จุดแจ้งเหตุ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

จุดแจ้งเหตุ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน จุดแจ้งเหตุ

เต๋อ ทำงานกู้ภัยของมูลนิธิแห่งหนึ่ง ซึ่งก็มีประสบการณ์สยองขวัญที่เจอมากมาย ทั้งของเพื่อนร่วมงาน แต่เรื่องที่จะเล่าวันนี้เป็นเรื่องที่เจอกับตัวเองจังๆ เลย

คืนนั้น.. มีสายแจ้งเข้ามาเป็นผู้หญิงว่า ข้างห้อง เปิดเพลงเสียงดัง รบกวน ตอนนั้นเวลาประมาณตี 1 สถานที่คือ ชั้น 5 ของอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่ง แถวลาดพร้าว.. ผม กับ ลุงเก่ง รับอาสาไปจัดการ ก็ออกรถมอเตอไซค์ซ้อนกันไป

พอถึงที่อพาร์ทเม้นที่เกิดเรื่อง.. ที่นี่ไม่มีลิฟท์ ผมก็เดินขึ้นบันไดไปอย่างไว ส่วนลุงเก่งแกก็ค่อยๆ เดินตามมา เมื่อถึงชั้น 5 ผู้หญิงคนนึงก็รออยู่หน้าห้อง ผมถามว่าห้องไหน เธอก็ชี้ไปที่ห้องเยื้องๆ ไปทางขวามือของผม ซึ่งเสียงเพลงมันก็ดังออกมาจริงๆ

ผมก็ลองเคาะห้องดู แต่ก็ไม่มีคนเปิด พอดีมีบานเกร็ดเปิดอยู่ จึงแหวกม่านด้านใน และลองส่องเข้าไปทางขวาก็เห็นทีวีเปิดอยู่ไม่มีใคร พอหันมองทางซ้าย ผมเห็นขาห้อยอยู่ เมื่อมองขึ้นไป ก็เป็นหน้าซีดๆ ของผู้หญิงที่ผมคุยด้วยเมื่อสักครู่ ลิ้นจุกปาก และมองมาที่ผมอยู่ ผมร้องดังลั่น และรีบผละออกจากบานเกล็ดทันที ลุงเก่งก็ถามว่าเจออะไร? แล้วเมื่อกี้เองคุยกับใคร? ตอนนั้นผมขนลุกไปหมด เพราะตรงนั้นมีผมกับลุงอยู่แค่สองคน..

ผมเล่าให้ลุงเก่งฟังเสียงสั่น.. และจากนั้นผมก็ต้องรีบโทรตามหน่วยกู้ภัยมาเพิ่ม เพื่อนำร่างของเธอคนนั้นลง…