Skip to content

เรื่องเล่าสยองก่อนเข้านอนกับเราได้ที่นี้ที่เดียว Posts

เจอผีเข้า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

เจอผีเข้า

เจอผีเข้า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ขวัญกับกลุ่มเพื่อนอีก 4 คน เดินทางมาต่างจังหวัดเพื่อทำงานของมหาวิทยาลัย เพื่อนขวัญทั้ง 4 คน เป็น คู่รักกัน คือคู่นัท กับโจ้ รวมทั้งคู่เนย กับเอก ทั้ง 5 คนได้เดินทางมาพักยังโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งสิ้นแบ่งห้องกันอีกทั้ง 3 ห้องโดยที่จะนอนเป็นคู่ ส่วนขวัญนอนคนเดียว แต่ว่าขวัญเป็นผู้ที่ขี้กลัวมากมายก็เลยบอกเพื่อนว่า ไม่กล้านอนคนเดียว ขอไปนอนรวมด้วยแล้วกัน สุดท้ายก็ตกลงคืนห้องไป แล้วก็ย้ายไปนอนกับคู่นัท กับโจ้ โดยที่โจ้เสียสละนอนพื้น และให้ขวัญกับนัทนอนบนเตียง..

กลางดึกคืนนั้น ขวัญนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเสียงแอร์ค่อนข้างดังเนื่องจากเป็นแอร์เก่าๆ สักพักขวัญได้ยินเสียงลูกปิดประตูหมุนช้าๆ และเปิดออก จากนั้นมีเสียงเหมือนเครื่องดนตรีไทยเล่นอยู่เบาๆ มาจากนอกห้อง และหายไป และค่อยๆ ดังขึ้นอีก ขวัญตัวแข็งไม่กล้าลืมตาหรือขยับตัวไปไหนเลย

เมื่อเสียงเงียบลง..

ขวัญตัดสินใจพลิกตัวเพื่อหันไปเรียกนัทที่นอนข้างๆ แต่สิ่งที่ขวัญเห็นคือ นัท ที่หน้าซีด และไม่มีแววตา ยืนฟ้อนรำอยู่ที่ปลายเตียง..…

พิซซ่ามั้ยครับบบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

พิซซ่ามั้ยครับบบ …..

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน พิซซ่ามั้ยครับบบ

เริ่มจากร้านขายพิซซ่าร้านหนึ่ง เป็นสาขาย่อยที่เป็นร้านค้าสำหรับเพื่อการส่ง เดลิเวอรี่ ตามบ้านเท่านั้น บอย เป็นบุคลากรส่งพิซซ่าใหม่ เพิ่งจะเริ่มดำเนินการตรงนี้ได้ไม่ถึงอาทิตย์ วันที่เกิดเหตุบอยก็มาทำงานตามธรรมดา เป็นรอบเย็นจนถึงร้านปิด จนกระทั่งเวลาเย็น บอยก็ได้รับคำสั่งจากรุ่นพี่ให้ไปส่งพิซซ่า ตามออเดอร์ที่ลูกค้าขาประจำได้เข้ามาสั่ง และก็จ่ายเงินค่าพิซซ่าเรียบร้อยแล้ว โดยที่บอยก็รู้ว่าลูกค้าคนนี้ไม่ใช่คิวของบอย แต่ว่ารุ่นพี่ก็ย้ำว่าบอยเพิ่งมาทำงานใหม่ ไปส่งให้ขาประจำนี้ซะ จะได้รู้จักพื้นที่ เพราะลูกค้าคนนี้สั่งพิซซ่าที่ร้านค้าบ่อยมาก บอยถือพิซซ่าขึ้นรถและขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามสถานที่ที่ลูกค้าได้แจ้งเอาไว้

สถานที่ส่งที่บอยได้รับนั้นเป็นหมู้บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง แต่บอยไม่พบรปภ.ที่ป้อมยามหน้าหมู่บ้าน จึงได้ขี่รถวนไปหาเลขที่บ้านเอง ตอนนั้นเวลาประมาณ 1 ทุ่มเศษๆ ฟ้าก็เริ่มจะมืดแล้ว บอยเห็นป้ายเลขที่บ้านเรียงๆ กันเป็นซอยๆ ก็ค่อยๆ ขี่รถเข้าไปแต่ละซอยเพื่อหาบ้านที่สั่งพิซซ่า แต่ขี่รถไปจนสุดซอยก็ยังไม่พบบ้านที่สั่ง บอยไม่รู้จะทำยังไง จนมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาหน้าบ้านพร้อมกับคีบบุหรี่มาด้วย บอยจึงเดินเข้าไปถามชายคนนั้นว่า บ้านเลขที่ที่เขากำลังจะมาส่งพิซซ่าคือหลังไหน? ชายคนนั้นมองหน้าบอยแล้วหันไปมองรถส่งพิซซ่า จากนั้นตอบมาว่า ‘หลังนั้นไง ถัดไป 4 หลัง ที่รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่นั่นแหละ เพิ่งมาส่งล่ะสิ บ้านนั้นเค้าสั่งประจำ..’ พร้อมกับชี้มือไปที่บ้านหลังนั้น บอยขอบคุณชายคนนั้นแล้วเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งบังเอิญว่ารถของบอยนั้นจอดอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าวอยู่แล้ว

บอยพยายามมองเข้าไปในตัวบ้าน บ้านหลังนั้นมีหญ้า และต้นไม้รกครึ้ม รั้วหน้าบ้านมีต้นไม้ออกมาบังบ้านเลขที่บ้านไว้ทำให้บอยหาไม่เจอในตอนแรก ในโรงจอดรถมีรถเก่าๆ คันหนึ่งจอดอยู่ ภายในบ้านปิดไฟมืดสนิท บอยหยิบพิซซ่าลงจากรถแล้วเดินไปที่หน้าประตูรั้วบ้าน แต่เมื่อกดกริ่งก็พบว่ากริ่งหน้าบ้านนั้นเสีย ไม่มีเสียงใดๆ บอยพยายามกดกริ่งซ้ำๆ อีกหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล ระหว่างนั้นก็ยังคงเห็นชายวัยกลางคนนั้นยืนสูบบุหรี่อยู่ และมองมาทางบอยเหมืนจะดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เมื่อบอยพยายามมองเข้าไปในตัวบ้าน ก็เห็นมีเงาของผู้ชายคนหนึ่งเดินวนไปมาในบ้าน บอยไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยเดินกลับไปหาชายวัยกลางคนคนอีกครั้ง แล้วถามว่า ‘น้าๆ ผมเห็นมีคนเดินอยู่ในบ้านนะ แต่กดกริ่งแล้วเค้าไม่ได้ยิน หรือว่ามันเสียหรือยังไง..’ ชายคนนั้นมองหน้าบอยแบบเรียบๆ แล้วบอกว่า ‘เอางี้..ไอ้น้อง น้องลองเปิดถาดพิซซ่าแล้วก็วางลอดใต้รั้วเข้าไปเลย น้องลองเดินกลับไปดูที่พื้นบ้านหลังนั้นอีกทีสิ..’ บอยได้รับคำตอบแบบนั้นก็งงแต่ก็เดินกลับไป บอยมองไปที่พื้นที่มีรถเก่าๆ จอดอยู่ แล้วก็ต้องตกใจ เพราะมันมีกล่องถาดพิซซ่าวางอยู่หลายสิบกล่อง แต่ละกล่องก็เปิดฝาเอาไว้ทั้งนั้น แต่ตอนแรกบอยไม่ได้สังเกต เพราะบ้านนั้นปิดไฟมืดมองแทบไม่เห็น

บอยหันไปมองหน้าชายวัยกลางคนคนนั้น ชายคนนั้นพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่า ‘ทำตามที่บอกเถอะ..’ บอยค่อยๆ เปิดฝาถาดพิซซ่า แล้วก้มวางถาดพิซซ่าลอดเข้าไปใต้รั้ว หลังจากนั้นก็มองกลับไปที่ชายวัยกลางคนคนนั้น แต่เขารีบเดินเข้าบ้านตัวเองไปแล้ว.. บอยก็เลยคิดว่าลูกค้าก็จ่ายเงินแล้ว และเราก็มาส่งตามที่น้าคนนั้นบอกแล้ว รีบกลับร้านเลยน่าจะดีกว่า บอยลุกไปขี่มอเตอร์ไซค์ที่อยู่หน้าบ้านเตรียมตัวจะกลับร้าน แต่เมื่อบอยบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทรถ บอยก็ต้องตกใจทันที! ไฟจากรถของบอยสาดเข้าไปในบ้านหลังนั้น สิ่งที่เห็นคือ มีชายคนหนึ่งกำลังนั่งยองๆ หยิบพิซซ่าจากกล่องขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย บ้านยังคงปิดไฟมืด ประตูยังคงปิดสนิท แล้วชายคนนี้มาจากไหน!? บอยไม่รอช้ารีบขี่รถกลับร้านทันที..

เมื่อมาถึงร้าน ก็เห็นรุ่นพี่หลายคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ บอยยังไม่ทันจะปริปากพูด รุ่นพี่ก็ทักขึ้นมาก่อน ‘เฮ้ย! เป็นไง..ลูกค้าขาประจำ?’ แล้วต่างคนก็ต่างหัวเราะ บอยพอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น บอยเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้รุ่นพี่ในร้านฟัง พอเล่าจบ รุ่นพี่คนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า ‘เจอแค่นี้ยังน้อยไปนะ มึงรู้ไหม ตอนไปส่งครั้งแรก กูเจอยังไง?’ แล้วแกก็เล่าว่า.. วันแรกที่แกไปส่งนั้นก็เวลาใกล้เคียงกับที่บอยไปนี่ล่ะ มีคนเข้ามาสั่งพร้อมจ่ายเงิน บอกให้ไปส่งที่บ้านหลังนั้น พอแกไปส่งก็เจอน้าผู้ชายสูบบุหรี่คนเดียวกับที่บอยเจอเหมือนกัน รุ่นพี่กดกริ่งเรียกคนในบ้าน แต่พบว่ากริ่งเสีย พอมองเข้าไปในบ้าน ก็เห็นมีเงาคนเดินไปมา แกก็เลยตะโกนเข้าไปว่า ‘พี่ๆ มารับของหน่อยครับ!’ ชายวัยรุ่นคนหนึ่งใส่เสื้อยืด-กางเกงขาสั้น ผลักประตูออกมาแล้วยืนที่หน้าบ้าน รุ่นพี่จึงบอกว่า เอาพิซซ่ามาส่งครับ ชายคนนั้นพูดว่า ‘เปิดฝา แล้วเอาลอดใต้ประตูเข้ามา..’ รุ่นพี่งงแตก แล้วทวนคำของชายคนนั้นอีกครั้ง ‘เปิดฝา แล้วเอาลอดใต้ประตูเนี่ยนะครับ?’ ชายคนนั้นก็ยังคงยืนยันคำตอบว่า ให้เปิดฝาแล้วก็ลอดใต้รั้วเข้ามา.. ระหว่างที่รุ่นพี่กำลังจะถามชายคนนั้น น้าข้างบ้านก็ตะโกนมาว่า ‘ทำตามที่เค้าบอกไปเถอะ’ รุ่นพี่ก็เลยเปิดฝากล่อง แล้ววางลอดเข้าไปใต้รั้ว ชายวัยรุ่นคนนั้นก็ค่อยๆ นั่งลงกินพิซซ่าทีละชิ้นๆ รุ่นพี่รีบกระโดดขึ้นรถแล้วขี่ออกมาทันที

จนมาพบน้าผู้ชายคนที่สูบบุหรี่กำลังจะเดินเข้าบ้านไป รุ่นพี่รีบเรียกน้าคนนั้นไว้ แล้วขับรถไปจอดหน้าบ้านของน้าคนนั้น ถามว่า ‘น้าๆ ทำไมเค้าให้ผมแบบนั้นล่ะ? นั่นของกินนะ แล้วทำไมนั่งกินหน้าบ้าน ไม่เอาเข้าไปกินในบ้าน?’ น้าคนนั้นเดินเข้าไปพูดในบ้านตัวเอง ‘บ้านหลังนั้นน่ะ ไม่มีคนอยู่หรอก เจ้าของบ้านย้ายออกไปกันหมด ลูกชายเค้าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ว่าเฮี้ยน ติดบ้าน เลยไม่มีใครอยู่ได้ แล้วลูกชายเค้าชอบกินพิซซ่ามาก พ่อแม่เค้าเลยสั่งพิซซ่าให้ลูกแบบนี้เป็นประจำ น้าเห็นมาหลายคนแล้วล่ะ..’ พูดจบน้าแกก็เดินเข้าบ้านไป.. นี่เป็นเหตุการณ์ที่รุ่นพี่ได้เจอ ไม่ต้องถามเลยว่าบอยจะยังทำงานที่นี่ต่อหรือไม่ ถ้ามีลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าประจำ..…

ผีบ้านพักป่าไม้ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผีบ้านพักป่าไม้ 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีบ้านพักป่าไม้

แต่ก่อนสามีเรารับราชการป่าไม้ ปัจจุบันนี้เกษียณอายุมาหลายปีแล้ว อดีตพวกเราต้องตามสามีไปตลอด ผัวไปประจำอยู่ตามหน่วยป้องกันรักษาป่า ซึ่งส่วนมากก็จะอยู่ในป่านั่นล่ะ ที่พักก็เก่า และก็เสื่อมโทรมมากมาย ครั้งหนึ่ง สามีจำต้องย้ายไปประจำหน่วยคุ้มครองปกป้อง รักษาป่า แห่งหนึ่งทางภาคใต้ หน่วยนี้อยู่ทางขึ้นเขาไกลจากตัวจังหวัด 20 กว่ากิโล อยู่ริมถนน ซึ่งข้างหน้าหน่วยเป็นทางโค้งหักศอก

พวกเราย้ายมาวันแรก ก็เดินมองบริเวณหน่วย แล้วไปสะดุดตากับเศษซากชิ้นส่วนรถยนต์นานาชนิด มีต้นหญ้าปกคลุมเต็มไปหมด คะเนด้วยสายตาอาจจะถูกทิ้งมานานยาวนานหลายปีแล้ว ตรงนี้ มีลูกจ้างชั่วครั้งคราว รวมทั้งข้าราชการประจำอยู่ ช่วงเวลากลางคืนจะมีเวรเฝ้าที่ทำการ 1 คน.. เราที่มาอยู่วันแรกก็ไหว้ที่เจ้าทางก่อนเลย เนื่องจากรู้มาก่อนว่าตรงนี้ผีดุ! ตอนเวลาค่ำๆก่อนนอนพวกเราจะสวดมนต์ไหว้พระทุกคืน รุ่งเช้าก็ไปตักบาตรกรวดน้ำ วันพระก็ไปวัดตรงทางขึ้นเขาเสมอ สามีไม่ค่อยอยู่ ไปราชการหลายครั้ง พวกเราอยู่กับบุตรสาวเล็กๆ2 คน พวกเราไหว้พระบอกตลอดเลยว่า ‘อย่ามาให้มองเห็น ถ้ามาก็ขอให้มาดีๆ..’

บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านไม้มี 2 ชั้น เรามักจะได้ยินเสียงคนเดินขึ้นลงบันไดตลอด โดยที่เปิดออกมาดูก็ไม่มีใคร ตอนแรกกลัว แต่ตอนหลังชินแล้ว คิดเสียว่าเขามาดูแลปกป้องเรา เพราะเราทำบุญกรวดน้ำให้ตลอด เวลาเขามาจะมีสัญญาณมาก่อนทุกครั้ง คือจิ้งจกทั้งบ้านจะพร้อมใจกันร้องเซ็งแซ่ไปหมด สักพักก็จะมีเสียงคนเดินขึ้นบันไดตามมา เสียงสยองมากกกก ดัง ‘เอี๊ยด..อ๊าด..’ ช้าๆ เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องเรา สักพักก็เดินลงไป.. สักพักก็เดินขึ้นมาใหม่อยู่แบบนี้ ซึ่งเราสังเกตได้ว่าจะมาเฉพาะวันโกนเท่านั้น! ถัดจากบ้านพักเรามีบ้าน 2 ชั้นอีกหลัง ถัดไปสุดท้ายอยู่ติดเชิงเขาเลยจะเป็นเรือนไม้ห้องแถว มีประมาณ 10 ห้อง เป็นเรือนของลูกจ้างชั่วคราว และครอบครัว ตอนเรามาอยู่ใหม่ๆ ก็เห็นอยู่กันเต็มนะ ไปๆ มาๆ ย้ายกลับไปอยู่บ้านตัวเองหมด ส่วนข้าราชการประจำที่พักที่นี่ พอเย็นวันศุกร์เขาก็กลับบ้านกันหมด มาอีกทีวันจันทร์ เราเลยต้องอยู่กับลูกสาว 2 คน และเวรที่มาเฝ้าสำนักงานอีกคนเท่านั้น

คืนหนึ่ง เวรที่เฝ้าสำนักงานวิ่งมาทุบประตูหน้าบ้านเรา ตะโกนเรียกเสียงดังโวยวายโหวกเหวก ‘เจ๊ๆ เปิดประตูให้ผมหน่อย!’ เราก็ตกใจ รีบอุ้มลูกลงมาเปิดประตูให้ ก็ถามมีอะไรๆ? เขาบอกผีหลอกๆๆ แล้วนั่งตัวสั่น เราบอกให้ค่อยๆ เล่า เขาก็เล่าว่า ตอนนอนอยู่มีผู้ชาย 3 คนมาเคาะประตูสำนักงาน ตอนแรกคิดว่าคงมาถามทางหรืออะไร ก็มองผ่านกระจกไป แต่กลับไม่เห็นมีรถ แล้วมากันยังไง? เลยไม่ได้เปิดให้ พอสังเกตดีๆ ผู้ชาย 3 คนนี้รองเท้าไม่ใส่ เสื้อผ้าขาดวิ่นเหมือนเกิดอุบัติเหตุมา ร่างกายมีแต่ร่องรอยบาดแผล พอเพ่งดูดีๆ อีก เฮ้ย! นี่ไม่ใช่หน้าคนแล้ว เขียวซีดขนาดนั้น! ทีนี้แกเลยเปิดประตูหลังวิ่งหนีมาทุบประตูบ้านเรานี่ล่ะ บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟังอีก เกริ่นมาแค่ว่าคนที่มาเข้าเวรเจอกันเกือบทุกคน แกก็เพิ่งเจอนี่ล่ะ จะมาหลากหลายรูปแบบเลย สรุปคืนนั้นแกก็ไม่กล้ากลับไปนอนสำนักงาน ขอนอนที่ระเบียงหน้าห้องเรา และหลังจากนั้นมา ถ้าเป็นเวรของแก แกจะไปขอแฟนเรา บอกหัวหน้าสงสารผมเถอะ ผมกลัว แฟนเราก็คนกลัวผีเลยอนุญาตให้ แกมาบอกอีกว่า ถ้าหัวหน้ากับเจ๊ย้ายนะ ผมขอลาออก.. สรุปพอหลายเดือนต่อมาเราย้าย แกก็ลาออกจริงๆ แกว่าที่นั่นเฮี้ยน แกยอมลาออกดีกว่า..

วันหนึ่ง สามีพาเรากับลูกๆ ไปเยี่ยมย่า ไปค้าง 1 คืน พอกลับมาตอนสายๆ เห็นคนในสำนักงานจับกลุ่มคุยกันอยู่ เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ลูกจ้างที่มาเข้าเวรเมื่อคืนนี้เล่าว่า เมื่อคืนมาเข้าเวร พาแฟนมานอนด้วย ตกดึกประมาณตี 3 แฟนก็ตื่นมาเข้าห้องน้ำ เห็นรถกระบะขับเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน มีทั้งคนแก่ ลูกเล็กเด็กแดง จูงกันลงมาจากรถ มายืนอยู่หน้าบ้านเรา (บ้านพักเราเอง) เต็มไปหมด.. พอตอนตี 5 แฟนเขาก็ปลุก พี่ๆ ตื่นๆ ไปต้มนำ้ชากาแฟเถอะ เมื่อคืนนี้หัวหน้าพี่กลับมาแล้ว พาญาติพี่น้องมาเต็มไปหมดเลย เผื่อหัวหน้าจะต้องการอะไร แกก็รีบตื่นแล้วบอกแฟนว่า ไม่เห็นรถหัวหน้าเลย.. แฟนแกก็ยืนยันว่ากลับมาแล้วจริงๆ แกเลยเดินไปดูที่หน้าบ้านเรา แต่.. ตอนนั้นบ้านเรายังล็อคแม่กุญแจอยู่เลย แกเลยเดินกลับมาบอกแฟนแกว่า ไม่มีใครมาสักหน่อย กุญแจยังคล้องอยู่เลย แฟนแกไม่เชื่อ เลยเดินมาดูที่หน้าบ้านเรา ปรากฏว่าแม่กุญแจยังแขวนอยู่จริงๆ ทีนี้แฟนแกสติแตกเลยจ้าาา แสดงว่าที่เห็นน่ะ..ไม่ใช่คน! แกเลยชี้ไปที่กองซากรถข้างๆ หน่วย บอกว่าวันดีคืนดีก็ออกมาหลอกซะแล้ว เพราะสมัยก่อนถนนสายนี้ขึ้นเขาแล้วถึงตัวจังหวัดมีอยู่สายเดียว แล้วทางคดเคี้ยวมากๆ หน้าหน่วยเป็นโค้งหักศอก รถมาเทกระจาดตายเยอะมากตรงหน้าหน่วยนี้ แล้วมีเรื่องเล่าจากคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่อีกว่า รถทุกคันที่มาคว่ำตรงนี้ คนที่รอดตายต่างเล่าตรงกันอย่างประหลาดว่า เห็นงูตัวใหญ่มากๆ นอนพาดถนนตรงทางโค้งเลย จึงเหยียบเบรคกระทันหันทำให้รถคว่ำ

คนงานยังเล่าให้ฟังอีกว่า ข้าราชการคนก่อนๆ ก็โดนมาแล้ว กลางดึกมีฝรั่งสองผัวเมียเดินมาเคาะสำนักงาน ไม่ใส่รองเท้า เนื้อตัวมอมแมม มาขอความช่วยเหลือ เขาเลยบอกให้นั่งรอ เดี๋ยวไปตามคนมาช่วย พอกลับมาอีกที ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้หายไปแล้ว.. และอีกครั้งที่ดังมาก ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้มายืนโบกรถที่ทางโค้งหน้าหน่วยกลางดึก รถกระบะผ่านมารับขึ้นรถนั่งท้ายกระบะไป พอถึงตัวจังหวัดจอดรถ กลับไม่มีฝรั่งสองผัวเมียแล้ว วันรุ่งขึ้น ผู้ชายเจ้าของกระบะขับรถเข้ามาที่หน่วยมาเล่าให้ฟัง ว่ารับฝรั่งไปจากหน้าหน่วยนี้ แต่อยู่ๆ ก็หายไปเฉยเลย คนงานเก่าๆ ที่อยู่ที่นี่มานานเลยเล่าว่า ฝรั่งสองผัวเมียคู่นี้รถคว่ำตายมาหลายปีแล้ว และยังพาไปดูซากรถจี๊บข้างๆ หน่วย พวกเขาคงไปไหนไม่ได้ นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว พวกเขาคงกลับบ้านไม่ถูก น่าสงสาร..

ส่วนมากคนงานที่มาเข้าเวรจะเห็นกันเกือบทุกคน ถ้าดึกๆ เห็นคนอุ้มลูกจูงหลานเดินเข้ามา ไม่ต้องไปทัก เขาคงไปไหนไม่ได้.. ตอนนั้นที่เรามองกองซากรถข้างหน่วยทีไรก็สยองทุกที ได้แต่กรวดนำ้ให้ และภาวนาว่าไปให้คนอื่นเห็นเถอะ อย่ามาให้เห็นเลย และเราก็ไม่เคยเห็นเลยจริงๆ ตลอดเกือบปีที่สามีรับราชการอยู่ที่นั่นจนย้ายค่ะ…

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เพื่อนมาลาเพื่อน

Posted in Uncategorized

เพื่อนมาลาเพื่อน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เพื่อนมาลาเพื่อน

เรื่องนี้เป็นเหตุเฉียดตายของคุณเอ๋ ที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 6 ปีมาแล้ว แต่ว่ายังฝังอยู่ในความทรงจำเป็นอย่างดี.. ตอนนั้นเอ๋เรียนอยู่ ปี 2 มหาวิทยาลัย แถว จังหวัดนครปฐม ซึ่งแถวนั้นเวลากลางคืนจะไม่ค่อยมีร้านรวงอะไรเท่าไหร่ เมื่ออยากจะไปรับประทานข้าว ไปเที่ยวกับเพื่อนก็ต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในเมือง

มีอยู่คืนวันหนึ่ง.. วันนั้นเป็นวันสอบวันสุดท้าย เอ๋กับเพื่อนสนิทชื่อโบว์ ก็เลยเชิญกันไปเที่ยวตอนกลางคืนในเมือง ทั้งสองแต่งตัวที่ห้องของตัวเอง และลงมาพบกันที่หน้าอาคาร ตอนนั้นเป็นเวลา 3 ทุ่มกว่า โบว์เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์โดยที่เอ๋เป็นคนซ้อนท้ายไป

เรื่องมันเกิดตอนขากลับ.. ทั้งคู่ดื่มแอลกอฮอล์ไปพอสมควร แต่ไม่ถึงกับเมา โบว์เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนเดิม เมื่อเดินทางกลับมาในซอยหอ ต้องบอกก่อนว่าในซอยนี้เป็นถนนเล็กๆ เลนสวนกัน ค่อนข้างลึก และเปลี่ยวมาก สองข้างทางเป็นทุ่ง โดยที่มีไฟข้างทางไม่กี่จุดเท่านั้น เมื่อมาถึงเสาไฟต้นหนึ่งจู่ๆ โบว์ก็ร้องขึ้นมาเสียงดังน่ากลัว และหักรถเข้าชนเสาไฟอย่างแรง..

เอ๋มารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงพยาบาลแล้ว ซึ่งเป็นห้องคู่ กั้นด้วยผ้าม่านไว้เท่านั้น ตอนนั้นเป็นเวลาตี 4 ได้ เอ๋เห็นสภาพตัวเองมีบาดแผลเต็มไปหมด แต่ตอนนั้นไม่รู้สึกเจ็บจริงๆ ส่วนโบว์ก็ยืนอยู่ข้างๆ เตียงของเอ๋ บอกเอ๋ว่า ขอโทษนะ ไม่น่าเป็นแบบนี้เลย และก็ร้องไห้ออกมา ก่อนจะบอกว่าด้วยเสียงสะอื้นว่าขอให้หายไวๆ และก็เดินออกจากห้องไป..

เอ๋จะเรียกโบว์ถามว่าไปไหน แต่ก็ลุกไม่ไหว จึงได้กดเรียกพยาบาล ทันใดนั้น เสียงสัญญานบอกชีพจรหยุดเต้นก็ดังขึ้นในห้อง.. พยาบาลสามคนรีบวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมเปิดผ้าม่านออก เตียงข้างๆ คือร่างอันไร้วิญญาณของโบว์ที่หันมามองเตียงของเอ๋อยู่..

หลังจากเหตุการณ์นั้น เอ๋มารู้ว่าที่ตรงบริเวณเสาไฟนั้น มีอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก และมักมีคนเล่ากันว่า เมื่อผ่านเสาไฟต้นนั้น มักจะเจอเงาผู้หญิงยืนอยู่..…

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีเด็กในหอพัก

Posted in Uncategorized

 ผีเด็กในหอพัก

ผีเด็กในหอพัก เรื่องเล่า-เรื่องหลอน 

เรื่องเกิดเมื่อหมายปีมาแล้ว ขณะนั้นผมอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งแถววงเวียนใหญ่ รู้เรื่องว่าที่นี่สร้างบนพื้นที่ชุมชนเก่า บางทีอาจเนื่องจาก พลังงานวิญญาณ ตรงนี้ค่อนข้างจะแรง เรื่องหลอนๆก็เลยมีเยอะมาก มีวันหนึ่ง ผมขึ้นลิฟท์จะไปยังชั้น 4 ห้องของผม ขึ้นมาผู้เดียวนะ แต่ได้ยินเสียงเด็กพูดอยู่ข้างหลัง พูดว่า ‘ชั้น 3 ชั้น 3..’ ผมมีความรู้สึกว่าอาจโดนแล้ว แต่ว่าก็ไม่ได้อะไร ด้วยเหตุว่าค่อนข้างจะเคยชินกับเรื่องเหล่านี้

ผมก็กลับห้องไปนอน พร้อมสวดคาถากันไม่ให้เด็กคนนั้นเข้าห้องได้ แต่! วันต่อมาน้องเขาก็เอาอีกครับ ได้ยินเสียงในลิฟท์บอก ชั้น 3 อีกแล้ว ผมชักหงุดหงิดเลยไปถาม รปภ. ว่ามีใครเคยเจอไหม? รปภ. หน้าซีดแล้วบอก เจอกันเยอะ โดยเฉพาะแม่บ้าน มีโดนกระตุกเสื้อด้วยนะ ลาออกไปแล้วเพราะหลอน

พอวันถัดมา ด้วยความที่เป็นคนไม่กลัวเรื่องพวกนี้ พอเข้าไปในลิฟท์ได้ยินเสียงอีก คราวนี้ผมกดเปิดชั้น 3 เลย เข้าใจว่ายังไงคนที่อยู่ชั้น 3 เขาก็ต้องเปิดเข้าเปิดออกอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว ไม่มีอะไรหรอก ผมเปิดลิฟท์ชั้น 3 เพื่อจะได้รู้ว่าแล้วจะยังไงต่อ? แต่มันไม่จบแค่นั้นครับ.. หลังจากผมเปิดลิฟท์แล้ว ชายเสื้อด้านหน้าผมก็โดนกระตุกจากด้านนอก ด้วยความสงสัยอีก ผมก็เลยเดินออกไป แล้วก็ปากพร่อยพูดไปว่า ‘น้อง มาให้พี่เห็นเลย จะให้ช่วยอะไรก็บอก..’ พอพูดจบก็ไม่มีอะไร ผมก็คิดว่าคงเป็นวิญญาณเด็กขี้เล่น พอผมกำลังจะหันหลังกลับ ภาพที่ผมเห็นคือ มีเด็กผู้ชายแต่งตัวน่ารักยืนอยู่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง ถัดไปจากผมประมาณ 2 ก้าว เขายืนมองผมด้วยสายตาเป็นกังวลอยู่ประมาณ 2 วินาทีแล้วก็หายไป..

ในใจตอนนั้นผมคิดว่า หรือว่ามีเด็กตายในห้องนั้น จึงรีบลงไปแจ้ง รปภ. และนิติบุคคล รปภ. บอกว่า น่าจะเป็นลูกคนงานก่อสร้างสมัยก่อน แต่ผมว่าไม่น่าใช่ เพราะผมอยู่มาหลายเดือนก็เพิ่งจะเคยเห็นเด็กคนนี้ กลัวว่าจะมีอะไรไม่ดี ผมพยายามกล่อมนิติบุคคลอยู่นานมาก ทางนิติบุคคลเลยแจ้งไปทางเจ้าของห้อง ทำทีว่าต้องเข้าไปซ่อมไฟด่วน เจ้าของห้องถึงรีบกลับมาด้วยอาการปกติ และดูเป็นคนดีคนหนึ่ง ผมทียืนอยู่ตรงนั้นก็ตีเนียนว่าเป็นพนักงานของนิติบุคคลไป แล้วแอบคุยกับนิติบุคลว่า ‘ผมว่าไม่น่าจะใช่เรื่องมีเด็กตายแล้วล่ะ..’ แล้วเจ้าของห้องก็พูดขึ้นมาเองว่า ‘ขอโทษค่ะ พี่ไม่ได้อยู่ห้องเลย ไปอยู่บ้านเพื่อนมาเป็นเดือน..’ ผมรวบรวมความกล้า แล้วก็ถามเขาไปว่า ‘ทำไมไม่อยู่ห้องล่ะครับ เกี่ยวกับเรื่องเด็กผู้ชายไหม?’ เท่านั้นล่ะ เขาปล่อยโฮออกมาเลย

แล้วเจ้าของห้องก็เล่าให้ฟังว่า เขาย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ทิ้งลูกชายไว้ให้แม่เลี้ยงที่บ้าน นานๆ ทีลูกจะมาหาบ้าง แต่ครั้งล่าสุดลูกกลับไปแล้วป่วย ก็นึกว่าไม่เป็นอะไรมาก กะว่าวันหยุดเสาร์อาทิตย์ค่อยกลับไปบ้าน แต่ไม่ทัน ลูกเขาป่วยตายเสียก่อน เขายังทำใจไม่ได้ เลยต้องไปอยู่ที่อื่นพลางๆ และก่อนตาย ลูกก็เอาแต่เพ้อว่า ‘จะมาหาแม่ที่ชั้น 3..’ ถึงตรงนี้ผมนี่ขนลุกเลยครับ คงเป็นความปรารถนาเล็กๆ ของเด็กก่อนตาย..

ผมเลยเล่าทุกอย่างที่ผมเจออย่างละเอียดใหม่ให้ฟัง สรุปว่า เสื้อผ้าที่ผมเห็นน้องใส่ เป็นชุดที่น้องเขาใส่วันอาบน้ำศพเลย พี่เขาเลยชวนเปิดเข้าไปดูในห้อง แต่สิ่งที่เห็นคือพี่เขาคงลืมเปิดประตูระเบียงแง้มไว้ เลยไม่แน่ใจว่าแมวหรือนกเข้ามาทำที่ใส่อัฐิน้องล้ม ผงกระดูกหล่นเต็มพื้นเลย ก็เลยช่วยกันเก็บ แล้วพี่เขาก็ขอบคุณพวกเรา จากนั้นเขาก็ย้ายกลับมาอยู่ที่คอนโด ตั้งแต่นั้นมา ผมรวมถึงคนอื่นๆ ก็ไม่เจอเสียงเด็กขอไปชั้น 3 อีกเลย..…

คุณยายสปีด ผีดังเมืองหาดใหญ่ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

คุณยายสปีด ผีดังเมืองหาดใหญ่ 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน คุณยายสปีด ผีดังเมืองหาดใหญ่

ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อประมาณปี 2541 มี ตำนานผีตายโหง ที่เลื่องชื่ออยู่ตำนานหนึ่งคือ “ผีคุณยายสปีด” เป็นผีที่เชื่อกันว่า ชอบไล่ฆ่า และ หลอกหลอนพวกขับรถซิ่งตอนกลางคืน

มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า “ผีคุณยายสปีด” เดิมเป็นหญิงชรา มีผมหงอกเต็มหัว คืนหนึ่งท่านโดนรถซิ่งชน และเหยียบ จนร่างกายขาดเป็น 2 ท่อน คือ บริเวณตรงส่วนลำตัวขาด แยกจากกัน ตาแรงอัดของรถมอเตอร์ไซด์คุณยายสปีดจึงกลายเป็นผีตายโหงอยู่ในบริเวณดังกล่าว และเล่าลือกันในหมู่พวกเด็กแว๊น ตอนกลางคืนว่า เจอกับผีคุณยายสปีดมานับครั้งไม่ถ้วน

โดยเชื่อกันว่าหากแก็งรถซิ่งคันใด มาขับรถผ่านเข้ามาในบริเวณซอยคุณยายสปีด ในตอนกลางคืน จะถูกผีคุณยายสปีดหลอกเอาโดยจะเห็นเป็นร่างหญิงชรามีผมหงอกเต็มหัวพุ่ง และลอยขนานกับพื้นถนน ด้วยความเร็วสูง แลบลิ้นยาวแดงเป็นเมตร บ้างก็ว่ากระโจนขึ้นมาเกาะหลังคนขับมอเตอร์ไซด์ ทำเอาขนหัวตั้งมาก็มาก บางรายเชื่อว่าหากดวงชะตาไม่ดี ก็อาจถึงชีวิตเลยก็ได้…

เรื่องเล่า และตำนานความเชื่อดังกล่าวมาข้างตนนี้ ทำให้ตลอด 10 ว่าปีที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะขับรถ มอเตอร์ไซด์ผ่านเข้ามาในบริเวณซอยดังกล่าวในช่วงเวลากลางคืนมากนัก อีกสาเหตุหนึ่ง ที่คนไม่นิยมขับรถผ่านซอยคุณยายสปีด อาจจะสืบเนื่องมาจาก ซอยดังกล่าวเป็นลักษณะของ ซอยลึก และเปลี่ยวมาก สองข้างทางเป็นสำนักสงฆ์ และป่ารกร้าง ที่ดูมืดทึบ และน่ากลัว

มีความเชื่ออีกเรื่องหนึ่งว่าในบริเวณดังกล่าว เมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา สำนักสงฆ์โคกนาว เมื่อก่อนเรียกว่า โคกเน่า เพราะเป็นบริเวณป่าช้าที่คนในพื้นที่เชื่อกันว่ามีการฝังศพกันเป็นจำนวนมาก (โดยเฉพาะผีตายโหง) ในบริเวณดังกล่าวบางเวลามีน้ำป่าไหลผ่าน ทั้งๆที่เป็น โคก จึงนิยมนำศพที่ยังไม่ได้ฝังมาห้อยไว้กับต้นไม้ ซึ่งน้ำเหลืองและซากบางส่วนมีบ้างที่หลุดตกลงมาบนพื้น แลกลายเป็นโคกที่เน่าเปื่อยไปด้วยซากศพส่งกลิ่นเน่า อย่างน่าสยดสยอง ชาวบ้านในพื้นที่จึงเรียกกันว่า “โคกเน่า” (ต่อมาเพี้ยนกันเป็น โคกนาว ดังปัจจุบัน)

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่ากันในหมู่พวกฝึกหัดวิชาคาถาอาคมสายต่างๆว่า นิยมมาฝึกและทดสอบสภาวะจิตใจ กันในบริเวณ สถานที่ดังกล่าว เนื่องด้วยเชื่อกันว่าเป็นบริเวณที่เฮี้ยนแบบสุด ๆ อีกบริเวณหนึ่งของอำเภอหาดใหญ่(อำเภอเหนือ)ในอดีต ด้วยเรื่องเล่าต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นนี้เอง ประจวบเหมาะกับ สภาพแวดล้อมที่แลดูน่ากลัวจึงทำให้ “ซอยคุณยายสปีด” กลายมาเป็นตำนานอีกบทหนึ่ง ที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน ไปรู้จักจบสิ้น……

ผีหลวงลุง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผีหลวงลุง 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีหลวงลุง

เรื่องผีของพระดีๆ เรื่องนี้…. พอโตขึ้น (ชักเห็น+คุยกับผีเยอะ มีประสบการณ์) ลองมาย้อนคิดดูแล้ว เสียงผีที่ได้ยินในตอนนั้นไม่ใช่ผีพระที่เราไปในงานศพของท่านหรอก แต่เป็นเสียงของผีน้องชายพระที่ก็คือคุณปู่ของเรา ที่แม้จะเสียไปนานมากมายมายหลายสิบปีแล้ว แต่จนแม้ปัจจุบันนี้ก็ยังมาเดินตรวจตราภายในบ้านให้เราได้เห็นบ่อยๆ

เป็นเรื่องผีไม่ค่อยน่ากลัวอีกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต ตอนนั้น พิธีศพ ของหลวงลุงหลังจากที่ท่านมรณะภาพไปคือเก็บศพไว้ 100 วัน ที่วัดเจริญวราราม (วัดน้อยคลองด่าน) เพราะเป็นวัดของท่าน เรียกว่าอยู่พัฒนาที่นั่นมาครึ่งค่อนชีวิต หลวงลุงท่านรักวัดนี้มาก ร้อยวันที่เก็บศพผ่านมานี่ไม่อะไร จนถึงวันเผานั่นแหล่ะ

พิธีเผาศพก็จัดกันอย่างใหญ่โตสมเกียรติเจ้าอาวาส เนื่องจากหลวงลุงท่านเป็นเกจิด้วย แล้วก็เป็นพระนักพัฒนาซึ่งที่รักของเหล่าชาวบ้านคนแถวนั้นทั่วไป งานของท่านชาวบ้านร้านตลาดแถวนั้นเลยไปช่วยกันเยอะแยะหนาตา มีการทำอาหารไปแจกจ่าย ชอบร้านไหนเข้าร้านนั้น หยิบได้เลย ทานฟรี!!
บ้านเราก็เอารำไปแสดงหน้าไฟด้วย (เนื่องจากเป็นตระกูลนาฏศิลป์ไง) แล้วก็มีคณะขณะโขนไปเล่นหน้าไฟให้อีก

ที่นี้แบบว่า…. เราเป็นเด็กไม่รักดี ที่บ้านสอนรำ ตัวเองก็รำไทย แต่ดันไม่ชอบดูรำดูโขน (ก็มันเบื่อนี่หว่า อยู่บ้านก็ดูยังจะให้ตูไปดูที่อื่นอีกเร๊อะ!!) อันนี้เบื่อจริงๆ นะเปล่าล้อเล่น เห็นโขนปุ๊บเป็นจะหลับเอาเสียให้ได้ ความจริงไม่ได้แพ้รำไทย แต่แพ้โขน เห็นมาตั้งกะยุค ร.2 เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น เรื่องไหนก็เรื่องนั้น แต่แน่ๆ คือบทไหนก็บทนั้น ทุกยุคทุกสมัยไม่มีครีเอท ดูแล้วเบื่อมากๆ

นั่นแหล่ะ ก็เลยแอบเผ่นไปลักลอบงีบเอาบนรถ หลับสนิทอย่างไม่เกรงใจใครเลยคับทั่นตอนนั้น ก็ในระหว่างเราที่หลับสนิทอยู่นั่นเอง อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชาย… ไม่ค่อยแน่ใจนะงับว่าเป็นเสียงหลวงลุงท่านหรือเสียงคุณปู่ของเราที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ แต่ที่แน่ๆ เป็นเสียงดุๆ มาเรียกชื่อเราดังลั่นเลย คำเดียวเล่นเอาสะดุ้งตื่นตาสว่าง แต่พอตื่นมาแล้วกลับมองไม่เห็นใครสักคน

ตอนนั้นก็ยังงงอยู่ว่าใครมาปลุก คิดอยู่ในใจว่าถึงเวลาเผาศพหรือยัง ก็เลยลงจากรถเดินมาหาคุณแม่แถวๆ เมรุ ปรากฏว่าเขากำลังจะเผาศพพอดี เลยได้ตื่นมาทันเผาเลย

นอกจากเรื่องประหลาดว่าใครมาปลุกเราแล้วก็ยังมีเรื่องประหลาดที่ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นเขางงกันอีกด้วยเพราะเมื่อเปิดโลงศพขึ้นมา ศพของหลวงลุงท่านที่เก็บเอาไว้นานถึงหนึ่งร้อยวันนั้น แม้ร่างกายจะเน่าเปื่อยพุพอง แต่ใบหน้าส่วนศีรษะตั้งแต่ลำคอขึ้นมากลับไม่เน่าเปื่อย แถมยังมีรอยเลือดฝาดดูเหมือนว่ายังมีชีวิตอยู่อย่างไรอย่างนั้น

เรื่องนี้ไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือลูกศิษย์ที่สัดของหลวงลุงอ่ะดิ พอเห็นว่าส่วนหัวท่านไม่เน่าเปื่อยก็มีดอันเบ่อเริ่มมา บอกว่าจะตัดคอท่านเก็บหัวเอาไว้ แล้วนั่นแหล่ะ แม่เรารีบห้าม โวยวายใหญ่เลยว่าไม่เอาๆ จะตัดศีรษะท่านทำไม ให้อยู่กับหัวเผาไปด้วยกันนั้นแหล่ะดีแล้ว ดีจริงๆ ค่ะแม่ขา ทำอย่างกับเทศกาลล่าหัวมนุษย์ ตัดไว้แค่หัวแล้วพี่กะจะแขวนหัวโชว์หรือยังไง มันหลอนจริงจังเลยนะเฟ้ย!!…

มีผีเป็นแฟน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

มีผีเป็นแฟน 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน มีผีเป็นแฟน 

มักมีคนถามเสมอว่าการมีแฟนเป็นผี เป็นอย่างไร ผมมักถามกลับไปว่าแล้วคุณคิดว่าอย่างไรล่ะ เพราะผมเข้าใจคำถามของเขาดี เนื้อคำถามไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือท่าทีและน้ำเสียงที่ดูถูก รวมไปถึงเยาะเย้ยเสียดสี แน่ล่ะ มันหมายความว่าผมเป็นพวกสติปัญญาไม่เต็มเต็ง ก็คนทั่วไปใครจะมีแฟนเป็นผีบ้าง ก็บอกแล้วไงว่าผมเป็นพวกความสามารถพิเศษ!

เมื่อก่อนผมไม่เคยเชื่อไม่เคยสนใจเรื่องเกี่ยวกับผีๆ หนังผี ละครผี หนังสือผี ผมก็ไม่ดูไม่สนใจ ออกจะเยาะเย้ยถากถางเสียด้วยซ้ำ โง่ งมงาย ไร้สาระ ผีมีที่ไหน อะไรประมาณนี้!

มันก็เหมือนเรื่องอื่นแหละ หากไม่เจอกับตัว ไม่เชื่อ

ผมพบกับเธอครั้งแรกก็ตอนที่ซื้อฟูกนอนเก่าขนาด 6 ฟุตมาใช้ ตอนนั้นละแวกที่ผมพักมีร้านเปิดใหม่จำหน่ายสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น ผมแวะไปหลายหน มักได้ของติดมือกลับมาทุกครั้ง ตอนแรกก็แปลกใจ ฟูกนอนขนาดใหญ่ 6 ฟุต เช่นนี้ไม่น่าจะเป็นของคนญี่ปุ่นและที่สำคัญจะนำเข้าของอย่างนี้มาทำไมกัน มันดูเกะกะกินเนื้อที่และในเมื่อเมืองไทยเราก็หาซื้อได้ไม่ยาก หลังแวะเวียนไปบ่อย พูดจาจนคุ้นเคยกับเจ้าของร้านผมก็ได้คำตอบ แกยอมรับว่าเป็นของมือสองที่แกไปหาซื้อมาเองด้วย

ถึงอย่างไรผมก็ตกลงซื้อที่นอน 6 ฟุตนี้ เพราะด้วยราคาที่เพียงสี่ร้อยบาท บวกกับสภาพก็ดูใหม่สะอาด แถมยังส่งถึงบ้าน ผมตากแดดไปสองแดดก่อนจะนำเข้าบ้านใช้เป็นที่นอนหลังใหม่

คืนแรกนอนหลับสบาย เพียงแต่รู้สึกยวบๆ ชอบกลตลอดทั้งคืน ตื่นเช้าผมมองอย่างสำรวจตรวจสอบก็ไม่พบว่าที่นอนจะยวบยาบเสียรูปทรงจากการผ่านคนนอนมามากๆ และนานๆ

คืนที่สองและสามที่นอนยวบลงมากกว่าคืนแรก ผมเปิดไฟสว่างทั้งห้อง ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ คืนต่อๆ มาทุกครั้งที่กำลังเคลิ้มหลับ มักรู้สึกราวกับมีคนค่อยๆ นั่งลงบนที่นอน แล้วล้มตัวลงนอนตาม เพราะมันยวบลงอย่างรู้สึกได้ สักพักเตียงก็หายยวบ ผมหลับต่อ เป็นอย่างนี้อยู่หลายวัน

คืนหนึ่งผมล้มลงนอนเหมือนทุกวัน กำลังจะเคลิ้มหลับก็เหมือนทุกวันนั่นแหละ ผมคิดในใจวันนี้ขอพิสูจน์หน่อยซิ ก่อนจะพลิกตัวไปอีกทางพุ่งไปกดสวิตช์ไฟในห้องทุกดวง ก็เหมือนคืนแรกผมนั่งมองรอบห้องและสุดท้ายก็ใช้สายตาจับจ้องไปที่ฟูก เฝ้ามองว่ามันจะยวบอีกเมื่อไหร่ จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็น ผมม่อยไปตอนไหน ก็ไม่รู้

จนกระทั่งคืนนั้นแหละ ผมดื่มกับเพื่อนเก่าสองคนที่ไม่ได้เจอกันนานจนเมาหนัก เพื่อนคนที่ไม่เมาอาสาขับรถมาส่งแถมยังช่วยพยุงผมขึ้นห้อง วางผมลงบนที่นอนแล้วลงไปพยุงอีกคนที่ขอนอนที่ห้องผมด้วยขึ้นมา

เพื่อนเล่าในเวลาต่อมาว่าเขาเห็นผมนอนกับผู้หญิงอีกคน ด้วยความที่ไม่ได้เจอกันนาน เขาคิดว่าเป็นเมียผม ตอนที่เขาเล่าให้ฟัง ผมเฉยๆ ไม่ได้ปฏิเสธ จนเพื่อนคนที่ขอนอนค้างด้วยบอกว่าเขาก็เห็นผู้หญิงนอนข้างผม แถมมองเขาตาขวาง เขายังนึกในใจว่าทำไมเมียผมดุนักไม่พูด จาทักทายต้อนรับ ยังเย็นชาใส่อีก รุ่งเช้าสร่างเมาเขาก็ขอตัวกลับ แล้วเขาก็ห่างๆ ไป เขาบอกว่าเข้าใจว่าเมียผมไม่ชอบหน้านัก ก็เลยไม่อยากมารบกวน

จากนั้นเป็นต้นมามักมีคนเห็นผมเดินกับผู้หญิงคนหนึ่ง บางคนมองจากด้านล่างมายังหน้าต่างห้องพัก มักจะปรากฏเงาผมกับอีกคนในห้องเสมอ

ว่าไปแล้วชีวิตผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย ยังคงทำงานตามปกติ งานการก็ไม่ได้ผิดพลาด สติปัญญาก็ยังครบถ้วนสมบูรณ์ เพียงแต่คนอื่นๆ เท่านั้นแหละที่มักเห็นผมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ในที่ต่างๆ แม้แต่ในที่ทำงาน

ผมตัดสินใจต้องพบเธอให้ได้ ดึกคืนนั้นระหว่างที่นอนข้างตัวยวบลงอีกผมก็พูดออกไปว่า “ผมอยากพบคุณ อยากพบจริงๆ นะ”

แล้วที่นอนก็หายยวบ ก่อนจะปรากฏร่างเธอให้เห็น ผมตกตะลึง เธอนั่งพับเพียบ มองมายังผม แววตาเธอหวานแต่เศร้า เธอไม่พูดสักคำ เอาแต่ยิ้ม

จากนั้นเป็นต้นมาผมก็มักจะมีเธอไปด้วยทุกๆ ที่ บางทีผมก็พูดกับเธอ แม้คนรอบข้างจะตกใจแล้วลุกหนี หรือเลี่ยงไปทางอื่น แม้เจ้านายจะให้ผมหยุดงานและแนะนำจิตแพทย์เพื่อนของหัวหน้าให้ไปพบ แต่ผมไม่ก็สนใจ ผมไม่ได้เป็นอะไร ปกติดีมีความสุข นานวันเข้าผมแทบไม่ได้พูดกับใครเลย จนหัวหน้าพูดว่า “คุณทำงานดีนะ แต่เรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนในที่ทำงานและลูกค้าก็สำคัญไม่แพ้กัน ผมแนะนำให้คุณเขียนจดหมายลาออก คุณจะได้รับสิทธิ์ทุกอย่างในการออกจากงานตามที่กฎหมายกำหนด ดีใจที่ได้ร่วมงาน กับคุณ”

ผมก็ดีใจที่ได้ออกมาเสียที พวกเขาไม่เข้าใจผมเลย แล้วจะทำงานไปเพื่ออะไร ทุกวันนี้ผมไม่ได้อยู่ห้องเช่านั้นอีกแล้ว พ่อแม่รับผมมาอยู่ด้วยที่บ้าน เดือนสองเดือนก็ไปหาหมอตามกำหนด ซึ่งก็แล้วแต่เขา สะดวกยังไงก็ตามใจ ผมมีความสุขในแบบของผม วันๆ ช่วยพ่อช่วยแม่ขายของในร้านชำมันก็ง่ายดี…

ฮานาโกะซัง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ฮานาโกะซัง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ฮานาโกะซัง 

หรือฮานาโกะที่ห้องน้ำสยอง เป็นชื่อของวิญญาณเด็กผู้หญิงที่ถูกไฟคลอกตายอย่างปวดร้าวทรมาณในห้องอาบน้ำที่คุณไปหลบภัยในยุคสงครามโลก ตาม ตำนาน เชื่อว่าคุณจะอยู่ภายในห้องน้ำทางขวามือห้องสุด ถ้าหากใครอยากเจอคุณจะต้องไปเคาะประตูห้องนั้นสามครั้งแล้วเรียกชื่อคุณค่ำคืน ส่วนคนที่พบคุณมักจะไปเข้าห้องน้ำคนเดียว รวมทั้งได้ยินเสียงร้องไห้ในยามค่ำคืน…

ผับสยอง ซานติก้า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผับสยอง ซานติก้า 

เอกมัย ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ส่งท้ายปีเก่าตอนรับปีใหม่ขึ้นที่ ซานติก้า ผับที่นี้ ได้มีผู้ตายถึง 63 ศพ และก็ได้มีคนศึกษาค้นพบว่าที่ดินพื้นนี้เมื่อก่อนเป็นบ้านเก่าที่เคยมีคดีการฆ่าสังหารมาก่อน นับได้ว่าเป็นที่ดินอาถรรพณ์ แล้วก็ยังเล่าว่าช่วงเวลากลางคืนยังมีคนได้ยินเสียงร้อง โหยหวน รวมทั้งยังมีเสียงของการทรมานเจ็บปวด…