Skip to content

ป้ายกำกับ: ผีๆสางๆ

ผีตึกร้าง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted in Uncategorized

ผีตึกร้าง

ผีตึกร้าง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เมื่อราว 3 ปีก่อนผมมาเช่าห้องอยู่กับเจ้าใหม่ที่เขตกทม.น้อย พวกเราเป็นเพื่อนสถานที่สำหรับทำงานบริษัทเดียวกันขอรับ จนกระทั่งสนิทกันมากมายๆตามประสาหนุ่มโสด นิสัยใจคอถูกใจร่าเริง ไม่คิดเล็กคิดน้อยแบบเดียวกัน เลยมาเช่าห้องอยู่ด้วยกันซะเลย

ช่วงแรกก็มีความคิดว่าใกล้ที่ทำงานแถวท่าพระ แถมยังมีเพื่อนฝูงช่วยแชร์ค่าหอพัก ไม่ต้องว้าเหว่ราวกับอยู่คนเดียวอีกต่อไป

เป็นมองโลกในแง่ดีน่ะซีครับผม คิดไม่ถึงว่าผมกับเจ้าใหม่จะเป็นเพื่อนแนวคู่เวรคู่บาป ถูกใจเที่ยวเตร่ตลกเหมือนกัน เที่ยวผู้เดียวน่ะไม่ค่อยสนุกสนานหรอกครับผม เดี๋ยวก็กลับรัง แต่พอมีเพื่อนถูกคอเข้า แหม…ตกค่ำเมื่อไรเป็นต้องแวะผับนั้นบาร์นี้อยู่เป็นประจำ

ไหนจะเงินทองขาดแคลนช่วงปลายเดือน ไหนจะโดนผีหลอกเอาอย่างจังอีกต่างหาก

โดนหลอกที่ใดไม่โดน มาโดนผีหลอกอาคารร้างกลางซอยก่อนถึงห้องพักของราว 20 เมตรเพียงแค่นั้น!

อาคารร้างที่ว่าน่ะไม่ใช่ไม่มีคนอยู่ ใส่กุญแจทิ้งเอาไว้เฉยๆครับ แต่ว่าเป็น อาคารร้าง แบบยับเยินเสมือนโดนไฟลุกหรือระเบิดลงยังงั้นล่ะเอ้า ไม่มีประตูหน้าต่าง ฝาผนังกันห้องร้าวฉานเหลือเพียงแค่ครึ่งๆกลางๆหลังคาก็แหว่งโหว่เป็นไปไม่ได้กันแดดกันฝนได้เด็ดขาด ผมเดินผ่านทีไรมักจะอดหันเข้าไปมองดูไม่ได้ มองเห็นขยะมากมาย บางวันมองเห็นหนูตัวโตๆวิ่งปรู๊ดปร๊าด บางวันก็มีแมวดำมากมายระกระโดดโหยงๆบางตัวก็ขึ้นไปนั่งเลียขนอยู่บนผนังกันห้องที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง

ฤดูฝนยิ่งแล้วใหญ่ น้ำเจิ่งท่วมเกือบจะครึ่งน่อง เห็นขยะลอยเป็นแพ…ดูๆแล้วเสมือนผู้ตายที่มีรอยแผลเหวอะหวะเต็มกำลัง แล้วศพถูกทิ้งประจานเอาไว้ไม่มีไม่ถูก

ไม่เคยทราบว่าเป็นอาคารร้างมาตั้งแต่เมื่อใด? ที่แน่นอนเป็นแปลงเป็นแหล่งสุมหัวพวกคนติดยาไม่เลือกตอนกลางวันหรือช่วงเวลากลางคืน บางครั้งก็มีวัยรุ่นใจกล้าจับมือกันเข้าหลบพลอดรัก…ไม่รู้เรื่องว่าใน บรรยากาศอย่างนั้นยังอุตส่าห์มีอารมณ์เข้าไปได้อย่างไร?

รู้ว่าเคยมีหญิงถูกมารสังคมผลักเข้าไปขืนใจด้วย แม้กระนั้นยังโชคดีที่ไม่ถึงกับโดนฆ่าทิ้ง แม้กระนั้นบางรายก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงหนีออกมาได้

คืนวันหนึ่งราวสี่ทุ่ม ผมกับเจ้าใหม่ว่าจะปิดไฟนอนก็พอดิบพอดีได้ยินเสียงร้องเอ็ดตะโรดังอื้ออึง พวกเรารีบเปิดหน้าต่างจากข้างบนลงไปดู ก็มองเห็นข้างหลังไวๆของชายคนหนึ่งวิ่งผ่านห้องพักไปทางตูดตรอก…ห้องด้านข้างก็โผล่ออกมามองด้วยเหมือนกัน เขาพูดว่าโน่นไอ้เป๋-คนติดยาประจำตรอก ขโมยได้ก็รีบไปซื้อยาเสพติดโดยทันที

“สงสัยจะโดนผีหลอก…พบกันหลายรายแล้วแต่ไม่รู้จักเข็ดซะหน”

พี่อรรถ-เช่าห้องอยู่ก่อนพวกเราบอกกล่าวให้ได้รับวิชาความรู้…เมื่อกลับเข้าห้องเจ้าใหม่ก็เยาะเย้ย กล่าวว่าจนกระทั่งยุคมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ แถมถ่ายภาพได้ ถ่ายคลิปได้ ยังจะเชื่อเรื่องผีอยู่อีกหรอเนี่ย? ผมเตือนมันว่าอย่าทำบอกดีไป ประเดี๋ยวพบกับตนเองแล้วจะรู้สึก! เจ้าใหม่กลับกล่าวว่ารู้สึกเบาใจน่ะซีที่รู้ดีว่าโลกนี้ยังมีผีๆสางๆอยู่จริง

วันรุ่นขึ้นก็ได้ทราบจากพี่อรรถว่า…ไอ้เป๋กำลังพี้ยาจู่ๆก็เห็นร่างหนึ่งแขวนหัวลงมาจากเพดาน หน้าเน่าเฟอะเกือบจะชนหน้ามัน เพียงเท่านั้นไอ้เป๋ก็พรวดพราดขึ้นร้องแรง วิ่งปุเลงๆร้องโวยวายออกมาอย่างที่พวกเรามองเห็น…เจ้าใหม่กลับพูดว่าไอ้เป๋ติดยาจนถึงตาฝาด บ้าไปเองน่ะซี!

อาทิตย์ถัดมา เพื่อนฝูงปากดีของผมก็พบของแท้เข้าเต็มแรง

คืนนั้น พวกเรานั่งโจ้สุรากันในห้องเพราะว่าปลายเดือนเต็มที พรุ่งนี้ก็จำต้องไปทำงานแต่เช้า กะว่าหมดแบนนี้จะเข้านอน …ราวสามทุ่มกว่าๆเห็นจะได้ เสียงร้องโหยหวนบาดใจก็ดังขึ้นจากตึกร้างหลังนั้นเอง…พวกเราลุกพรวดไปดูก็เห็นภาพนั้นเต็มตา

จันทร์เต็มดวงกับแสงไฟริมถนน เห็นชายหญิงคู่หนึ่งวิ่งหน้าตั้งออกมา ดูเหมือนกับว่าเสื้อผ้าจะยังไม่เรียบร้อย ฝ่ายหญิงร้องไห้พลางวิ่งพลาง…โอ๊ย! ผีหลอก! ช่วยด้วย…

ไม่ว่าใครก็ทายใจได้ว่าวัยรุ่นไปพลอดรักกันแล้วโดนผี หลอกกระเจิงออกมา แต่เจ้าใหม่ยังอุตส่าห์กล่าวว่า…สงสัยมองเห็นแมวดำละมั้ง เลยนึกว่าผี…

เสียงมันหายไป ผมฉุกคิดก็ละสายตาจากผู้ที่วิ่งไปทางก้นซอย มองตามสายตาของเพื่อนฝูงไป…ภาพที่ปรากฏอยู่ข้างหน้าโดดเด่น กระจ่างอยู่ในแสง เป็นร่างดำทะมึนของชายที่นุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียว เปลือยอกกว้างใหญ่โต ร่างสูงตระหง่านกำลังเงยช้าๆขึ้นมาดู

แดนนรกเป็นพยาน! ดวงตาแดงจ้าเหมือนแสงร้อนโชนจ้องหน้าเจ้าใหม่ไม่กระพริบ ส่วนสหายผมก็ร้องแม้กระนั้นอะๆอ้าๆไม่เป็นภาษาก่อนที่จะหัวเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงสลบไสลคาที่… พอเพียงฟื้นขึ้นมาก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเกือบตลอดคืนเลยครับผม

ขอขอบคุณแหล่งที่มา ghost-in-manman.blogspot.com