Skip to content

ป้ายกำกับ: เคาะประตู

เรื่องหลอนบ่อเกลือ จ.น่าน

Posted in Uncategorized

เรื่องหลอนบ่อเกลือ จ.น่าน

เรื่องหลอนบ่อเกลือ จ.น่าน เรื่องที่จะเล่าให้ฟังเป็น ประสบการณ์หลอน ครั้งนึงในชีวิต ที่พวกเราจัดว่าน่าสยดสยองที่สุดตั้งแต่พบมาเลยก็ได้จ้ะ
เป็นจำเป็นต้องบอกก่อนว่าพวกเราเป็นพวกนักเดินทางท่องเที่ยว จากเดิมที่เคยเพียงแค่ถูกใจ แต่พอเรียนจบมาก็เลยไปสมัครปฏิบัติงานที่สำนักพิมพ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่นึง จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ลาออกมาทำเพจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาได้ประมาณสัก 4 ปีแล้วหล่ะค่ะ..ส่วนเพจอะไรนั้นไม่ขอบอกดีมากกว่าเกรงใจแอดไม่นสยองขวัญวาไรตี้เขา เกรงจะกล่าวหาพวกเราแอบมาโฆษณาซ่อนเร้น ^^

ก็เพราะเป็นคนชอบเที่ยวนี่แหละค่ะ ประกอบกับทำงานเป็นอาชีพก็เลยต้องเดินทางไปไหนต่อไหนบ่อย
เรื่องเกิดจากมีทริปนึงซึ่งเรากับผู้ช่วยที่ทำเพจ และพี่ๆที่ทำให้กับนิตยสารบ้านเก่าเรา ตกลงกันว่าจะไปถ่ายภาพและทำสกู๊ปเกี่ยวกับสถานที่เที่ยวใน จ.น่าน กัน

ทริปนั้นเราไปทั้งสิ้น 5 คน เป็นผู้หญิง 2 คน ผู้ชายอีก 3 คน..
เราเอารถตู้กันไปโดยที่ได้แปลนตารางที่ถ่ายทำรวมถึงสถานที่พักไว้หมดแล้ว
ช่วงนั้นตรงกับปลายฝนต้นหนาวพอดี ตลอดระยะเดินทาง1 สัปดาห์เราก็ไปถ่ายภาพ บันทึกวีดีโอ ทำบันทึกข้อมูล เขียนบทความ เรียกได้ว่าเหมือนมาทำงานไปเที่ยวไป นั่นแหละค่ะ
จากวันแรกที่เที่ยวในเมืองก็ล่องไปตามจุดต่างๆ ซึ่งช่วงเวลานั้น จ.น่านกำลังถือว่าเริ่มบูมมากๆ ทั้งสถานที่เที่ยวและก็ร้านค้าที่เพิ่งเปิดใหม่มากมาย

2 วันสุดท้าย เรามีโปรแกรมที่จะไปพักที่บ่อเกลือ โดยคืนแรกจะนอนห้องพักที่เป็นรีสอร์ท ส่วนอีกคืนจะนอนที่เป็นลักษณะของเต็นท์กระโจม
ที่พักคืนแรกในรีสอร์ทนั้น เราพักบ้านแบบที่เป็นหลัง มีสองห้องนอน ให้นึกภาพก็เหมือนบ้านเล่นระดับ 2 ชั้น ด้านข้างมีระเบียง อยู่ใกล้กับน้ำตกธารน้ำธรรมชาติ เรียกได้ว่าที่นี่ถือว่าบรรยากาศดีสุดๆค่ะ

หลังจากเข้าที่พักจัดของเสร็จ เราก็มานั่งกินข้าวกันรวมถึงมีสังสรรด้วยเล็กน้อย เรากับเพื่อนผู้หญิงไม่ทานเหล้า มีพี่ผู้ชาย2คนที่เป็นตากล้องกับคนขับรถเขานั่งดื่ม ส่วนพี่อีกคนที่เป็นฝ่ายข้อมูลเขาอาวุโสสุดเขาก็ไม่ดื่ม แต่ก็มารวมตัวสังสรรกันที่บริเวณระเบียงของห้องชั้นบน

พอเวลาผ่านไปเกือบ 2 ทุ่ม เพื่อนผู้หญิงเราขอตัวไปนอน เนื่องจากเห็นนางบ่นว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายมาสักพักแล้ว..เราก็โอเค โดยที่เรากับเพื่อนคนนี้จะนอนอยู่ห้องข้างล่างกัน 2 คน..ส่วนห้องบนที่ใหญ่กว่าจะให้พวกผู้ชายเขานอนกัน 3 คน

คุยกันไป ดื่มด่ำกับบรรยากาศไป..จนกระทั่งเวลาล่วงเกือบจะ 5 ทุ่ม ก็เลยตกลงใจแยกย้ายกันไปนอน แล้วพวกเราก็เดินลงบันไดกลับมาที่ห้อง
โดยต้องขอชี้แจงก่อนน่ะ ว่าห้องตรงนี้ผนังด้านนึงที่เป็นประตูจะเป็นกระจกใส ฝาผนังกระจกจะมีม่านรูดปิดจากข้างใน
ขณะที่พวกเรากลับถึงห้อง ก่อนที่จะเคาะเรียกเพื่อนฝูงก็ไม่วายอยากแกล้ง ด้วยการแอบดูเพื่อนจากกระจกข้างนอกก่อนเนื่องจากต้องการมีความคิดเห็นว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
ซึ่งในเวลานั้นไฟในห้องปิดอยู่ แม้กระนั้นมีไฟที่หัวเตียงและก็ไฟห้องน้ำเปิดเอาไว้ ก็เลยเพียงพอแลเห็นบรรยากาศภายใน

ตอนนั้นคิดว่าเพื่อนคงนอนอยู่บนเตียง จึงเอาหน้าแนบดู..แต่ภาพที่เห็นก็เล่นเอาเราตกใจแทบช็อคเลยค่ะ..!! เพราะเพื่อนเรานอนหลับใหลอยู่บนเตียงจริง แต่ว่าข้างตัวนางเรากลับเห็นเป็นผู้หญิงอีกคนนึง มานั่งอยู่ขอบเตียงข้างๆเพื่อนในลักษณะเอียงข้าง และมือข้างนึงกำลังลูบผมตัวเองอยู่..!!
ที่มันขนลุก..เพราะเขาแต่งกายเหมือนพวกชาวเขา เป็นชุดเผ่าอะไรสักอย่างสีเข้มๆและมีดิ้นสีแดง ทั้งเสื้อที่ใส่และก็ผ้าถุงที่เขานุ่ง..เขาผิวขาวมากและดูซีดกว่าคนปกติ..!!

ตอนนั้นเราแน่ใจแล้วว่าเขาไม่น่าจะใช่คน จากตอนแรกที่จะเคาะประตูเรียกเพื่อน ทีนี้เกิดกลัวจนตัวสั่นไปหมด คิดว่ายังไงเดินกลับขึ้นไปหาพวกพี่ๆที่เขาอยู่ห้องข้างบนก่อนดีกว่า
พอขึ้นไปเราก็เคาะประตูเรียกและก็เล่าเรื่องที่เจอให้พวกเขาฟัง ตอนนั้นเพื่อนผู้ชาย 2 คน เมาแบบไม่ได้สภาพ แต่ว่าพี่ผู้ชายที่เขาเป็นฝ่ายข้อมูลเขาไม่ทานเหล้า เราก็เลยชวนเขาให้ลงไปดูข้างล่างด้วยกันอีกรอบ บอกตรงๆว่ากลัวก็กลัวค่ะ แต่เราก็ห่วงเพื่อนที่ต้องนอนแบบนั้นคนเดียว

พอเราเดินลงไปถึงหน้าห้องข้างล่าง ก็บอกให้พี่เขาลองส่องกระจกดูภายใน..
ทีนี้พี่เขาไม่เจออะไรน่ะค่ะ ในห้องมีแต่เพื่อนเรานอนหลับห่มผ้าอยู่บนเตียงคนเดียว..เราก็เลยโล่งอกไปที
แต่อย่าถามน่ะค่ะ ว่าคืนนั้นเราจะกลับเข้าไปนอนห้องนั้นกับเพื่อนรึเปล่า ขอบายค่ะ จึงไปอาศัยห้องข้างบนโดยเอาผ้าห่มมาปูพื้นนอนข้างเตียงสบายใจกว่า

หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นผ่านไป พอมาตอนเช้าเราก็ไปกินข้าวกัน โดยระหว่างนั้นเราพยายามจะไม่คุยเรื่องที่เจอให้เพื่อนผู้หญิงที่เมื่อคืนเขานอนคนเดียวฟังเพราะเกรงว่านางจะกลัว..
โดยที่วันนี้เรายังมีคิวที่ต้องเดินเข้าป่าไปถ่ายภาพน้ำตก แถวบ่อเกลือกันอีกทริป
หลังจากวันนั้นช่วงเย็น พอถ่ายงานเสร็จก็ได้มีโอกาสมานั่งคุยกันอีกหน
โดยพี่ผู้ชายที่ว่าอาวุโสสุด ที่เราชวนลงไปดูเพื่อนนั่นแหละค่ะ เขาเล่าว่าเมื่อคืนตอนนอนที่รีสอร์ทเขาก็ฝันอะไรแปลกๆ

เขาฝันว่าตัวเองเดินไปที่ธารน้ำตกแห่งนึง ซึ่งอยู่ใกล้กับที่พักแถวบ่อเกลือนั่นแหละค่ะ โดยในฝันพี่เขาเดินไปตามแอ่งหินแล้วไปเจอผู้หญิงคนนึงแต่งกายแบบชุดพื้นเมืองเหมือนชาวเขา เป็นผู้หญิงที่ผิวขาวซี๊ดและผมยาวมาก (ลักษณะหมือนที่เราเจอเลย)
พี่เล่าว่าผู้หญิงคนนั้นเขาบอกกับพี่ว่า เขาอยู่ตรงนี้มาหลายสิบปี ที่ๆเป็นรีสอร์ทในปัจจุบันเคยเป็นบ้านที่เขาพักมาก่อน แต่เพราะเขาเคยฆ่าตัวตายวิญญาณก็เลยไม่สามารถไปไหนได้ จึงต้องวนเวียนอยู่ ณ.ที่แห่งนั้น..!!

ในฝันพอพี่เขาได้ยินเขาก็ไม่กลัวอะไรน่ะ คุยกันแบบเหมือนคนรู้จักกัน (ลืมบอกไปว่าพี่คนนี้เขาสายธรรมะธรรมโมและเคยบวชเรียนมาก่อน คงพอสัมผัสเรื่องแบบนี้ได้ด้วย )..พอนั่งคุยกันสักพักพี่เขาก็ตกใจตื่น..!!

พวกเราฟังเรื่องราวที่พี่เขาฝันมารวมกับสิ่งที่พวกเราเจอเมื่อคืนนี้ ก็พอจะเชื่อมโยงได้เช่นกันค่ะ ด้วยเหตุว่าพื้นที่แถวบ่อเกลือจากข้อมูลเดิมก่อนที่จะการท่องเที่ยวจะเข้าถึง นี้ในอดีตก็เคยมีพวกชาวเขาจากหลายเผ่าในประเทศเคยอาศัยอยู่มาก่อน ก่อนที่จะเริ่มมีการปรับปรุงมาเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยว
ส่วนจะให้เจาะลึกว่าที่นั่น ตรงที่ว่ารีสอร์ทปลูกอยู่นั้นเป็นตรงไหน อันนี้ไม่บอกดีกว่าค่ะ..ประเดี๋ยวจะงานเข้า..

เรื่องราวทั้งหมดก็มีเท่านี้ล่ะค่ะ นับเป็นประสบการณ์หลอนๆที่แม้ว่าจะผ่านมานับเป็นเวลาหลายปีแต่พวกเราเองก็ยังจำแม่นอยู่ จำพวกที่หลังจากทริปนั้นผ่านไป เวลาไปไหนก็จะต้องแขวนพระติดคอไปด้วยทุกครั้งเลย
จะให้ทำยังไงได้หล่ะ เนื่องจากพวกเราทำอาชีพด้านนี้ ถึงจะอย่างไรก็อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางและก็ต้องไปพักตามต่างจังหวัดไม่ได้อยู่ดีล่ะค่ะ….…